Profil de Wanwisa...V I C K Y 'S L I L ...PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
...V I C K Y 'S L I L S E C R E T...~*~*Ordinary Nasty Me*~*~ ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
|
5 décembre ศิราณีที่รักสวัสดีค่ะ คุณศิราณี
ดิชั้นมีปัญหาเรื่องของหัวใจมาปรึกษาคุณศิราณีค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า ดิชั้นแอบชอบเพื่อนรุ่นน้องที่ทำงานค่ะ
เค้ามีชื่อย่อว่าซี
ซีพึ่งเข้ามาเป็นพนักงาน ทำงานอยู่ฝ่ายฟิตเนส หน้าตา
หล่อเหลาเอาได้เลยทีเดียว มีงานพาร์ทไทม์เป็นนายแบบ
ผู้หญิงทั้งโรงแรมชอบซีมาก ไม่ว่าซีจะเดินไปไหนผู้หญิง
มักจะยักคิ้วหลิ่วตาให้ซีตลอด บ้างก็ขยำนมตัวเอง บ้าง
ก็สางผมให้รุงรังดูเป็นที่เซ็กซี่ต้องตาซีทั้งนั้น ดิชั้นไม่มี
อะไรดีก็ได้แต่ยิ้มเวลาเจอซี ได้แต่แอบมองเหมือนสมัย
แอบชอบรุ่นพี่ตอนอยู่มัธยม
ซีหล่อล่ำเรียบเนียนดูดี แถมขี้อายตรงสเป็กดิชั้นสุดๆ แต่
ให้ทำยังไงดิชั้นก็ไม่กล้าบอกใครค่ะ
วันนี้ซีมีฝึกช่วยชีวิตคนในน้ำ ที่สระน้ำของโรงแรม ดิชั้นก็ไป
(แอบ)ดูเพื่อให้กำลังใจซี เสียดายก็ตรงที่ ซีไม่ได้ถอดเสื้อใส่
สปีโด้เหมือนเพื่อนๆซี
ดิชั้นไม่ทราบว่าซีคิดอย่างไรกับดิชั้น แต่วันนี้ซีคุยกะดิชั้นเป็น
ครั้งแรกค่ะ... ดิชั้นว่าซีก็ต้องแอบมีใจ เพราะซีก็ยิ้มให้ดิชั้น และ
แอบมองดิชั้นบ่อยๆเหมือนกัน...
ดิชั้นจึงอยากเรียนถามคุณศิราณีดังนี้นะคะ...
1. ดิชั้นควรจะเอ่ยปากขอเฟซบุ๊คซีมาไว้เสือกเล่นดีมั๊ยคะ
2. ถ้าดิชั้นเอ่ยปากขอซีเดทจะน่าเกลียดไม๊คะ
2.1 ก่อนออกเดท ควรจะเอาดวงมาผูกกันก่อนดีมั๊ยคะ
2.2 ซีอายุน้อยกว่าดิชั้นมาก แต่ตัวโตมาก ตรงอื่นจะโต
ด้วยมั๊ยคะ
3. จะปิดปากคนทั้งโรงแรมได้อย่างไร ว่าดิชั้นไม่มีลูกผัว
4. หากซีเล่นด้วย สถานที่เดทควรเป็นจากุซซี่ หลังเที่ยงคืนที่
ที่ทำงานเลยดีมั๊ยคะ
5. ดิชั้นควรจะบอกผัวว่าอย่างไรคะ ผัวถึงจะไม่สงสัยว่าดิชั้น
ออกจากบ้านไปทำอะไรตอนเที่ยงคืน
6. ถ้าพาซีมาเจอลูก ควรจะแนะนำลูกว่าน้องสาวดีไม๊คะ
7. ซีมีเมียรึยังคะ
8. จากข้อ7 ถ้ามีแล้ว ถือว่าเจ๊ากันมั๊ยเอ่ย
มีคำถามแค่แปดข้อค่ะคุณศิราณี รบกวนตอบทีนะคะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
V. (วี)
25 novembre นิยายเรื่องสั้น "ที่มาของปัญหาครอบครัว"วันนี้เป็นวันอังคาร...(กูบอกว่านิยายอย่ายึดติดอย่าเบรกขอร้อง)
เย็นมากแล้ว ข้างนอกก็มืดสนิท ทั้งๆที่เป็นเวลาแค่ห้าโมงเย็น
ดิชั้นนั่งเปิดเนทอ่านข่าว(ชิ ข่าวนักรักบี้ กะนาธานน่ะสิ) ขณะที่
ลูกสาวอายุสองขวบนั่งทานข้าวผัดแฮมอยู่หน้าทีวี
ดิชั้นนั่งมองนาฬิกาเป็นพักๆ สงสัยว่าทำไมสามียังไม่ถึงบ้าน
ทั้งๆที่เวลาก็ล่วงห้าโมงมาได้ห้านาทีแล้ว
"ช่างเถอะ คงรถติด" ดิชั้นคิดในใจ...
5.15 น. สามีเปิดประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับตะโกนลั่นว่า
"หวัดดีคร้าบ มีใครอยู่ไม๊"
"----------------------"เราสองแม่ลูกไม่ได้ตอบ หรือขานรับ
เมื่อสามีเดินพ้นประตูเข้ามาในบ้าน ดิชั้นจึงหันไปพยักหน้า
เชิงรับรู้ พร้อมกับพูดสั้นๆว่า "ไง?" แล้วจึงก้มหน้าก้มตาอ่าน
ข่าวต่อ
สามีเกลือกตา ตีสีหน้ารำคาญใจเล็กน้อยก่อนหันไปพูดกะ
ลูกสาวสุดที่รัก ด้วยน้ำเสียงดีใจและใบหน้าที่ยิ้มแย้มว่า
"โอโห เจ้าหญิงของพ่อทานอะไรอยู่คร้าบ เป็นไงบ้าง"
ลูกสาวสองขวบที่กะลังดูทีวีอยู่หันมาตัดบท
"อย่า... หนูกะลังดูการ์ตูน" โดยที่ตาไม่ได้ละจากทีวี
อีกครั้ง... สามีถอนหายใจ เกลือกตา ทำหน้ารำคาญ
แล้วจึงเดินเข้าครัวไปเก็บกวาด เช็ดถูครัวให้เรียบร้อย
เพื่อสงบสติอารมณ์
"ที่รัก... วันนี้เราต้องไปจ่ายตลาดรึเปล่า" สามีถาม
"อ๊าว ก็ต้องจ่ายดิ่... ตู้เย็น ตู้กับข้าวเกลี้ยงแล้ว ไม่เห็น
รึไง" ตาของดิชั้นก็ยังไม่ละจากคอมพิวเตอร์
"ไปกี่โมงดีครับ" สามีถามน้ำเสียงเรียบๆ
"รอลูกกินข้าวเสร็จก่อน" ดิชั้นตอบโดยที่ไม่ได้มองเลย
ว่าลูกหยุดกินไปตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้ว
"ลูกไม่ได้กินแล้วนะ" สามีพูด พร้อมมองมาที่ดิชั้น
"อ๊าว เห็นลูกหยุดกิน ยังจะแช่ข้าวไว้หน้าลุกอีก ทำไร
เป็นมั่งเนี่ย เอาไปเทขยะสิ แล้วเช็ดหน้าลูกด้วย"
ดิชั้นไม่ได้สั่ง แต่ขอร้องอย่างไม่สุภาพ
-------------------------------------------------------
เราสามคนอยู่ในระหว่างทางไปจ่ายตลาดที่ซุปเปอร์
บรรยากาศในรถก็ยังเย็นชาเหมือนเดิม มีเพียงวิทยุ
ที่ทำให้บรรยากาศไม่แย่จนเกินไปนัก
ลูกสาวสองขวบนั่งร้องเพลง ปาปารัสซี่ของเลดี้กากา
เรามองหน้ากันแล้วหัวเราะ ดิชั้นนึกได้จึงพูดขึ้นว่า
"ญาติเธอยกเลิกงานแต่งแล้วนะ"
"แม่บอกเหมือนกัน" สามีตอบ
"สงสารป้าเธอว่ะ แม่พึ่งตาย เสียเงินมัดจำฟรีๆอีก"
ดิชั้นให้ความเห็น
"ผิดที่ผู้ชายแหละ ยังเด็ก แต่ญาติชั้นก็ใช่ย่อย" สามีเสริม
"เออน่ะสิ... ชั้นถึงเกลียดการอยู่กับผู้ชายเด็กกว่าไง" ตึง..
ดิชั้นหลุดปาก... พร้อมกะมองสามีเพื่อจับปฏิกิริยา
สามีหันมามอง ก่อนตอบว่า"ก็เอาสิ ไปเล้ย จะได้เป็นอีก
คู่ของตระกูล"
ดิชั้นสวนทันที "เงียบปากไป อย่ามาปากดีให้มันมาก"
--------------------------------------------------------
ดิชั้นเดินเข้าไปหยอดเหรียญปอนด์เพื่อเอารถเข็นช้อปปิ้ง
ออกมาจากแถว โดยที่สามีจูงมือลูกเดินตามมาติดๆ
"เดี๋ยวชั้นเข็นรถเข็นเอง เธอจูงลูกไป" พร้อมกับแลกหมู
แลกแมวกัน ดิชั้นเอากระเป๋าสะพายใส่ไว้ในรถเข็น แล้ว
เดินตัวเปล่า แต่จูงมือลูก
เราเดินไปได้ไม่ถึงสิบนาที
"แม่ขา หนูปวดฉี่" ลูกสาวร้องบอก ดิชั้นจึงรีบพาลูกไปเข้า
ห้องน้ำ "เดี๋ยวมานะ" ดิชั้นบอกสามี
จริงๆลูกสาวไม่ได้ฉี่ แต่มีท่าทีกระอักกระอ่วนมาก ถึงกระนั้น
ก็ไม่ได้งอแง ร้องไห้แต่อย่างใด
เราเดินจูงมือกันออกมาจากห้องน้ำ เดินไปหาสามีที่จุดเดิม
ไม่มี...
ดิชั้นลากมือลูกเดินหาตามแถว... ก็ไม่มี
คนที่เดินสวน เริ่มชี้ไปที่ลูกสาว... "ดูดิ่" ดิชั้นก็หันลงมองจึง
เห็นว่าลูกสาวกะลังอ้วกในห้าง คนที่เดินผ่านก็ทำหน้า
ผะอืดผะอม...
ขณะนั้น... ดิชั้นที่เดินตัวเปล่ามาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถ
หาอะไรมารองอ้วกลูกสาวได้ จึงต้องปล่อยให้เค้าอ้วกออก
ให้หมด พนักงานที่มาเห็นก็ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งซุปเปอร์
ไวเซอร์มา จึงแก้ปัญหาให้ได้ ณ ตอนนั้น ก็ยังไม่เห็นวี่แวว
ของสามีเลยสักนิดเดียว
ดิชั้นโกรธมาก... คิดในใจว่าตามคอมมอนเซ้นท์นี่ ควรจะรอ
กัน ณ จุดที่แยกกัน โดยเฉพาะในที่ที่โทรศัพท์ไม่มีคลื่น
เมื่อเช็ดอ้วกอะไรเสร็จ จึงไปเจอสามีเดินมาจากอีกมุมหนึ่ง
ของห้าง แล้วบอกว่าไปคุยกะยามมา
"คุยทำเหี้ยอะไรกะยาม" ดิชั้นสาดใส่ไม่สนใจหน้าไหนทั้งสิ้น
"โทรศัพท์โทรไม่ได้ยังเสือกเดินทั่ว สมองมีไว้กั้นหูรึไง"
สามีสวนว่า "จะมาทะเลาะอะไรตอนนี้ ไปรอในรถไป"
ดิชั้นจึงเดินสะบัดไปที่รถ และนั่งรอด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
----------------------------------------------------------
"อ่ะ แคปหมู ซื้อมาให้" สามียื่นซองแคปหมูมาให้ ผ่าน
กระจกรถ ดิชั้นหยิบมาวางไว้หน้ารถแต่ไม่ได้พูดอะไร
"นี่เธอคิดว่าชั้นผิดจริงๆหรอที่ลูกอ้วกในห้างเนี่ย"สามีถาม
"เออ ดิ่ ถ้าเธอไม่เสือกเดินไปคุยกะยาม ชั้นคงมีคนช่วย
หรือเอาถุงในกระเป๋าออกมารองอ้วกได้ ไม่ต้องมาเลอะ
ขนาดนี้" ดิชั้นเถียง
สามี "จะบ้ารึไง มันไม่ใช่ความผิดใครสักหน่อย ชั้นขอโทษ
ที่เราหากันไม่เจอ แต่ชั้นไม่ได้ทำให้ลูกอ้วกนี่"
ดิชั้น "-------ชิ--------"
-----------------------------------------------------------
กลับถึงบ้านแล้ว ลูกสาวเปิดทีวีดูการ์ตูน ดิชั้นกลับไปอ่านข่าว
ต่อ ส่วนสามีจัดก็ของในครัว...
-----------------------------------------------------------
จบแล้วค่า...
หมายเหตุ : นิยายเรื่องสั้นนี้ มิได้มีพื้นฐานเรื่องมาจากชีวิตจริง
ของดิชั้นใดๆทั้งสิ้น ขอให้อ่านกันอย่างมีวิจารณญาณด้วยค่ะ
ไปก่อนนะคะ ไปอ่านข่าวนาธาน ดูนักรักบี้ต่อ 23 octobre โคลงสี่(ไม่)สุภาพ ชีวิตในช่วงปัจจุบัน เป็นแม่ลูกหนึ่งไซร้ ยากเข็ญ
เช้ายุ่งไปถึงเย็น ห่านราก
มีผัวไป่มีเป็น คุณแม่ โสดนา
เมื่อหงี่เป็นเอามาก เช่นนี้ อยากตาย
บางวันแอบปวดขี้ เซ็งเฮย
บ้านไม่ทำแม่งเลย นั่งกลุ้ม
เปิดคอมเล่นเนทแสนเสบย จิบจรด รสชา
หากแม่ผัวมาโผล่ตุ้ม ดั่งนั้น หูชา
ท่องเฟซบุ๊คท่องเวบไซร้ เชือนแช
เรื่อยเปื่อยไปนักแล ปล่อยลูก
ทีวีมีเปิดเถอะแก ดูสิ ร้องไม
แม่นั่งเฉยเหมือนนกฮูก แต่รัก หนูนา
หิวก็กินหนมต่างข้าว หาเอง
แม่อยากจะร้องเพลง เกะบ้าง
เกะยูทู่บครื้นเครง ร้องแหก ปากนา
เสียงดั่งควายรมณ์ค้าง สื่อเค้า ไม่แคร์
วันนี้มีสาระไม่ไร้ ปัญญา
ไอเดียเกิดเข้ามา จิตรู้
นึกออกจะทำไรวา เข้าเนท ดูเป๋า
อยากสั่งหลุยส์เข้าตู้ แต่ทรัพย์ ไป่มี
ลำพังค่าเช่าบ้าน ผัวเปรอ
มีค่าน้ำไฟนะเออ ไม่ยุ่ง
เงินเดี๊ยนหากเดี๊ยนเจอ จ่ายค่า เก็บขยะ
กูอยากปล่อยขยะคลุ้ง ปะแม่ เก็บเอง
อยู่อังกฤษใหญ่ยิ่ง ของแพง
แค่ค่าขยะก็หมดแรง จะคิด
ไปร้านไทยอย่าสั่งแกง มาแดก
บิลเมื่อเห็นสิ้นฤทธิ์ ไข่ทอด ห้าปอนด์
ซัมเมอร์ก็โอไม่ร้อน เหมือนไทย
หากแต่หน้าหนาวไม ห่วยงี้
เสื้อโค้ทใส่เข้าไป เป็นสิบ ตัวนา
ยังไม่หายหนาวฉะนี้ หนุ่มรักบี้ ช่วยแล
เรื่องสุดท้ายก็อยากเล่า สวยงาม
เดี๊ยนอ่อยผู้ชายตาม เริ่ดมาก
ตื้อหวังแจกเบอร์ปาม เบอร์ไป่ เบอร์โทร
Heแจกเบอร์ห้องห่านราก สุดยอด ความแรง
ตอนนี้ใกล้ห้าโมงโธ่เอ้ย เสื่อมเซ็ง
ไปก่อนนะตัวเอง กับข้าว
ต้องทำไม่งั้นโดนเล็ง เป็นเหยื่อ แม่ซะมี
ลาณ ที่นี้ ขอจ้ำอ้าว ไม่เปรี้ยว เลยกู
9 octobre หนูสวยมั๊ยคะ17 septembre เฮลิดอ ภาคสอง ไปเที่ยวสก็อตแลนด์กันเถอะมาถี่อีกแล้วช่วงนี้ อย่างว่า งานการไม่มีทำ โดนนายจ้าง
แบนหนึ่งอาทิตย์ เพราะกลัวเอาตุ่มไปทำให้คนรังเกียจ
ฮึ...ดีซะอีก... จะเอาเสาร์อาทิตย์ไปแดกเหล้า เคล้าผู้ชาย
ให้อีน้อยอีจาบอีโน๊ต*มากราบเรียกยายเลยทีเดียว ฮ่า ไม่รู้
จักแม่ซะแล้ว...
(น้อยจาบโน๊ตคือเพื่อนดิชั้นที่กะหรี่มักจะมากราบสักการะ)
เอาเถอะ... มาดูกันดีกว่านะคะ ว่าวันหยุดพักร้อน ผ่อนรักที่
พึ่งผ่านไปนี้ ได้ทำให้ดิชั้นไปเห็นอะไรบ้าง
ดิชั้นจำได้ว่า เช้าแรกที่สก็อตแลนด์ เราเริ่มวันกันด้วยอาหาร
เช้า และแพลนการเดินทาง(โห อาทิตย์ก่อนมามึงไม่ได้กะว่า
จะไปไหนกันเลยหรอ) ค่ะ พึ่งจะมาคิดกันสดๆตอนนั้น นั่น
แหละ... ใครคิด... จะใครล่ะคะ... -_-' ก็ไปศูนย์หัตถกรรมทอ
ขนแกะ... ไปถึงก็เจอกับ
ผ่างงงงง...
นกฮูก...และนกนานาชนิด... ซึ่งสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ถ่ายมาเท่านี้เพราะ กำลังทรัพย์ไม่ถึง... เค้าคิดค่าถ่ายรูป
แหละตะเอง... อันนี้ถ่ายกล้องดิชั้นเอง เค้าคิดสามปอนด์ค่ะ
ถ้าให้เค้าถ่าย ปริ๊นท์ให้ด้วยก็สี่ปอนด์... แอบแพง แต่ก็คุ้ม
เพราะนกเค้างามจริง...
แต่ไหนล่ะ แกะ...
ไม่ไรๆ เดี๋ยวก็คงเห็นแกะ ก็มันศูนย์ผลิตภัณ์ขนแกะนี่นา พวกเรา
เลยไปรอกันที่ด้านหน้า เพราะมีป้ายบอกว่าการแสดงเริ่มเวลา
บ่ายโมง...
แสดงอะไร ให้นักท่องเที่ยวเอาเวลาข้าวเที่ยงไปคิดเป็นปริศนา
เอ้ะ มาศูนย์ขนแกะ จะได้ดูโชว์อะไรน๊า... สงสัยจะได้ดูโชว์แกะแน่ๆ
เลย!!! ว่าแล้วก็อดอมยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ ทำไมเกิดมาฉลาด
หลักแหลมเยี่ยงนี้... ฝรั่งหน้าไหนมันก็คงคิดไม่ออกเหมือน คนไทย
หน้าสวยอย่างเราหรอก... ว่าแล้วก็รีบไปจองที่ก่อนที่จะโดนชาว
ต่างชาติแย่งซีนสำคัญ
ผ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
"โชว์หมาต้อนเป็ด"
มีเพื่อนทักท้วงว่า..."อ่าว แล้วแกะอ่ะ"...
ดิชั้นต้องกราบเรียนไว้ตรงนี้เลยนะฮะว่า... ไม่เห็นสักตัว...
ถูก!!!
ไปศูนย์ขนแกะ แต่ไม่เห็นแกะสักตัว... เข้าใจว่าคนสก็อตใจหมา
กร้อนขนเสร็จ จับทำพายเลย... แหม่... เพราะพายมันสดอย่างนี้
นี่เอง ถึงว่า...อร่อยจริงๆ...
ดูหมา เพื่อนชีวิตมนุษย์ต้อนเป็ดเสร็จแล้ว เราก็ออกเดินทางกัน
ต่อ เพื่อที่จะไปทะเลสาปคาทริน หรือ Loch Katrine ตามภาษา
ท้องถิ่นค่ะ... ไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง... ดิชั้นก็ส่อแววว่าจะไปไม่ถึง
ดวงดาว ต้องเปิดหน้าต่าง เอาลิ้นห้อยออกไปเหมือนหมาเมารถ
คือ ไม่เหมือนหรอก แต่เมารถเลยจริงๆนี่แหละค่ะ... ถนนเหี้ยไร
คดหักมุมสัดอ่ะ... แค่นั่งทางตรงธรรมดา ดิชั้นก็หน้าเขียวแล้ว
(น้องๆคะ เรื่องเมารถรานี่พี่ไม่เค้ยไม่เคย จนมาท้องมีลูกนี่แหละ
ค่ะ น้องๆอย่าเอาพี่เป็นตัวอย่างนะคะ... คือพอมีลูกแล้วอย่านั่ง
รถไป Loch Katrine)
ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง แวะอ้วกกันไป...โดนพ่อผัวถ่ายรูปอีก ทำ
ยังกะรูปจะขายได้... ใครมันจะซื้อวะ... อีวิกขี้จอดรถอ้วก...โว้วว
เอาเถอะ...ได้มาเป็นแพคเกจ เพราะอีคริส ก็ลงไปยิงกระต่าย
ลูกน้อยหอยสังข์ดิชั้นก็ไม่น้อยหน้า เอากระโถนออกมานั่งขี้โชว์
ไม่แพ้กัน
จัดได้ว่าเป็นครอบครัวที่ทำกิจกรรมร่วมกันได้ดีจริงๆค่ะ...
ต่อมาถึง Loch Katrine ก็กลับบ้าน...
อืมมม... อ่านกันไม่ผิดหรอก... ขึ้นไปดูเวลาออกเรือเฉยๆ แล้ว
ก็กลับ... ไปให้กูอ้วกไปงั้นแหละ...สัด ไม่รู้จะด่าใครดี... น่าจะ
ด่าดิชั้นเองนี่แหละ เสือกโง่มาเองแต่แรก
อ้อ...ก่อนกลับ...ที่บ้านบอกว่าเราแวะไปดูหลุมศพต้นตระกูล
กันหน่อยดีกว่า แวะของคุณแม่นี่ ใช้เวลาชม.ครึ่ง ซึ่งห่างจาก
บ้านพักสองชม.... ณ.จุดนั้น กะเหรี่ยงอย่างดิชั้น ทำหน้ามึนจะ
นั่งหน้ารถทันที... ดิชั้นอ้างไปว่า นั่งหลังเมารถจะอ้วก...
เสือก วางแผนเหี้ยๆ... ดิชั้นก็ต้องเลยตามเลยแบบวรณุชซะบ้าง
เนี่ยะ มีอย่าเท่าเนี้ยะ... เป็นต้นตระกูลจริงป่าวแกเองก็ยังไม่
แน่ใจ... แต่แกมั่นใจว่ามากๆว่า แกต้องเดินทางมาเพื่อสิ่งนี้
...
วันถัดมา... พวกเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าฝนจะตกหนักมากๆ
นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างก็แอบกลัวสึนามิจากทะเลสาป
(พวกคุณขำอะไรกันคะ ดิชั้นกลัวจริงๆ... ถ้าเกิดตอนนั้นฝนตก
จนหน้าดินจากเขารอบๆทะเลาสาปทลาย ก็จะทำให้เกิดสึนามิ
ได้เช่นกันค่ะ)
แต่มันเป็นไปได้ยากมาก ว่าแล้วก็แต่งหน้าไปสู้ฝนดีกว่า...
ฮึ... การแต่งหน้าสู้ฝน นี่คนดีๆเต็มๆเค้าไม่ค่อยทำกันนะค้า...
แต่ดิชั้นทำค่ะ... จุดหมายต่อไปของเราคือ ห้องนั่งเล่นจนกว่า
ฝนจะซา... เราก็นั่งเล่นไพ่กันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฝนไม่ซา
เมื่อเห็นท่าว่ายังไงก็คงไม่ซา เราก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป
ดิชั้นซึ่งมีเลือดคนกรุงเทพฯเต็มตัว กูไม่สู้ฝนไม่ว่าจะฝนซาหรือ
ฝนหมาแมว(เป็นสำนวนฝรั่ง แปลว่าฝนตกหนักค่ะ) จุดนี้...
ดิชั้นเวิร์คขี้เลื่อยในหัวให้ทำงานอย่างหนัก... คิดมุขไหนดี เพื่อ
ที่จะฉุดรั้งดาวรุ่ง ไม่ให้ออกไปสู้ฝน... แต่อย่างว่า หัวดิชั้นมัน
ขี้เลื่อย จะไปคิดเหี้ยไรออก... เมื่อวานเสือกใช้มุขเมารถ วันนี้อด
แล้ว เพราะเค้าซื้อยาแก้เมามากรอกปากไปแล้ว ซวยล่ะสิหน้ากู
...
...
...
...
...
สองชม.ต่อมา เราก็มาถึงกันที่สวนสัตว์เอดินเบรอะ Edinburgh Zoo
คือฝนตกซะจนดิชั้นไม่สัตว์ซักตัว... หมาในที่ไหนมันจะออกมาตาก
ฝนค๊า... แต่เอ๊ะ... ราวกับมีปาฏิหารย์กลางสวนสัตว์ ท่ามกลางสาย
ฝนที่โหมกระหน่ำ ทำเอาบรรดาสัตว์ทั้งหลายเข้าไปหลบซุ่ม
ยังมีสัตว์ที่บ้าบิ่นไปกว่าหมาใน และเสือ สิงโต แร่ด กระซู่ กรูปี และ
มันก็คือ....
.
.
.
.
.
"อีแร่ดวิกขี้ กะนกเพนกวิน"
ยืนตากฝนกันไม่กลัวหวัดเลยทีเดียว... ดิชั้นว่า มันก็คงจะมีแต่นกเพนกวินนี่
แหละที่ไม่กลัวโรคหวัดนก...
มีเท่านี้แหละ สัตว์อื่นๆมันไปหลบฝน หลบหนาวกันหมด... คุณแม่มองหาสัตว์
ไปก็บ่นไปว่าไม่คุ้มค่าตั๋ว... ซื้อเข้ามา ไม่เห็นสัตว์สักกะตัว ว่าแล้วทันใดนั้น
เสือดาว และสิงโตก็กระโจนออกมาตะบปหัวทันที...
อิอิอิ ล้อเล่นค่ะ...
คือว่า เค้ามีห้องติดฮีทเตอร์ ติดกระจกแบบเนี้ยะ ให้สัตว์เมืองร้อนเข้ามา
หลบหนาว จะบอกว่า สัตว์ส่วนใหญ่ก็มาจากทางแถบบ้านเราทั้งนั้น
พวกนี้ ในเขาดินเราก็มีเหมือนๆกัน ตอนแรกดิชั้นไป นึกว่าจะได้เห็นของ
จากแอฟริกา แต่... ไม่มีล่ะค่ะ เพราะสัตว์ทวีปนั้น จะสูญพันธ์กันหมดแล้ว
ที่อยากเห็นมาก คือ สิงโตแอฟริกา เพราะใหญ่กว่าสิงโตเอเชียเป็นร้อยโล
นะคะ... แถมเวลาเค้ามีเมีย ต้องมีถึง 7-8ตัวด้วยกัน ไม่เหมือนของเอเชียที่
มีเมียแค่สองตัวก็พอ
เอาเป็นว่า ... ของจากแอฟริกาไม่ค่อยมี... เต็มร้อยให้ เก้าสิบละกัน ใกล้
เคียงเขาดินบ้านเรา เพียงแต่ เขาดินทรมานสัตว์มากกว่า เนื่องจากพื้นที่
จำกัด ก็เข้าใจ... ที่นี่ไม่ล่ามโซ่สัตว์นะคะ... ถ้าไปบ้านเรานี่ ล่ามช้างกัน นึก
แล้วละเหี่ยจิต... (แต่ก็ดีกว่า ปล่อยมาเหยียบคนล่ะเนอะ)
พอขาวกกลับมาจะหาทางออก ก็พึ่งจะสังเกตุได้ว่า สวนสัตว์ สร้างอยู
บนเนินเขา เดินกลับลงเขาวิวสวยดีเหมือนกันค่ะ แต่กล้องกะโหลกกะลา
ก็ต้องทำใจ
เห็นวิวทิวทัศน์บ้านเมืองเขาเป็นเช่นนี้.... วันนี้เอาพอหอมปากหอมคอ
ดิชั้นขอลาไปโซ้ยอาหารจีนก่อน... โซมากมายแล้ววันนี้
เดี๋ยวมาอัพทริปต่อๆมาให้ทราบกันค่ะ
15 septembre เฮลิดอ...ฮอลิเดย์...7 วัน หนึ่งพันหกร้อยไมล์วันนี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่มีทีเซอร์เหมือนครั้งก่อนๆ
เปิดบลอกปุ๊บ เขียนปั๊บ ล้อมเข้ามาเร็วๆ ลูกหลับอยู่
อ่ะ ไหนๆก็มาแล้ว ขอนินทาอีอุมป้า ผัวรักหน่อย
คือเฮียเค้าชวดไปแล้วกะอาชีพตำรวจ เค้าก็งอน
บอกว่าชาตินี้ไม่ปง ไม่เป็นแล้วตำรวจ (ก็แหงสิ
ถึงมึงไม่อยากเป็น เค้าก็ไม่ให้มึงเป็น)
แล้วให้ทายจะไปสมัครอะไรเอ่ย...
...
...
...
...
...
...
...
อ๊ะ เฉลยเลยละกันนะคะ ขี้เกียจรอ...
ก็จะไปสมัครทหารน่ะซิ๊...
ดิชั้นว่า... แมร่งบ้าเครื่องแบบ
กูว่าไปเป็นยามห้าง ป่านนี้คงสมใจได้เครื่องแบบ
มากอดไปนานแล้ว ไม่รู้จะทำให้ชีวิตมันยากไป
กว่านี้ทำไม... แต่ก็เอาเถอะ...
มาว่ากันต่อเรื่อง เฮลิดอ...ฮอลิเดย์นะคะ
หนนี้เป็นหนแรกในรอบ โอววว หลายปีอยู่
แม่ผัวเป็นคนตัดสินใจพาพวกเราไปเที่ยวสก็อตแลนด์
ดินแดนแห่งโสร่งค่ะ ก็ขับรถกันไป พ่อผัวขับตลอด
ทาง ขอเอารูปมาแปะให้เครดิตพ่อผัวหน่อยนะคะ
นี่แหละโฉมหน้าพ่อผัว... เท่ป่ะ เพื่อนสาวเคยบอกว่าเหมือนวงแอ๊บบ้า 555
เอนี่ฮาว... ในระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ พวกเราไปหลับนอนกันที่บ้านพัก
บังกะโลแบบนี้
นี่ เห็นวิวหลังบ้านป่ะคะ ติดภูเขาด้วย สวยมากๆ
เข้ามาดูในบ้านดีกว่า... ถ่ายไปติดนี่...ผ่างงงงง
ผีบ้าน ผีเรือน!!!
หลอนสัดๆ...
บ้านพักหลังนี้ อยู่ภายใต้เครือโรงแรม Rowardenen นะคะ
เมื่อเข้าพักแล้ว ไม่มีบริการอาหารเช้านะคะ หาแดกกันเอง
เพราะสิ่งอำนวยความสะดวก เค้าก็ให้ครบครัน ดังที่เห็น
มีแม้กระทั่งน้ำตาลทราย ชา กาแฟ แต่พวกของสด
ต้องไปหามาตุนกันเอง
นี่คือบรรยากาศภายในห้องโถง... ดูอบอุ่นมากๆ
ดูอบอุ่นกว่าบ้านดิชั้นอีก -_-' ต่อมาขอพาไปดูห้องนอน
ห้องแรก... เป็นห้องของคุณลูกสาว... ชีจองเลย
ห้องถัดมาเตียงคู่ แน่นอนเป็นของดิชั้นและอุมป้า
ต่อมาห้องเตียงเดี่ยว ก็คือห้องพ่อแม่ผัว
เมื่อมองออกไปหน้าบ้าน จะเห็นวิวทิวทัศน์เยี่ยงนี้
มีความงามธรรมชาติทิวทัศน์ขนาดนี้แล้วยังจะเอา
อะไรกันอีกค๊า..................................................
มีให้ชม ให้ไปดูกันขนาดนี้ เชื่อมั๊ยว่า ตลอด 7 วัน
ที่ไปพักขนาบข้าง Loch Lomond ทะเลสาปอัน
ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ดิชั้นไม่มีโอกาส ได้ยลโฉมหล่อน
อย่างเต็มตาเลย...
มันเป็นเพราะใครริเริ่มความคิดกันล่ะคะ ว่าพวกเรา
จะต้องไปพักบังกะโล ที่ไกลจากถนนสายหลัก
เป็นเวลา 30นาที...
กราบตีนท่านผู้มีเกียรติรบกวนถามนิสนึง เพราะ
เอาส้นตีนมาช่วยคิด ยังคิดไม่ออกว่า พวกเรา
ไปพักกันทำหอกอะไร ณ ที่แห่งนั้น...
วันๆ เดินทางกันสี่ชม.ในรถเป็นอย่างต่ำ... ขอย้ำ
4 ชั่วโมง... ภาษาอังกฤษเรียก โฟร์อาวเออร์ส
นานสุด ก็นั่งในรถนานเจ็ดชม.
เอาอะไรที่เหี้ยกว่าส้นตีนมาคิดช่วยดิชั้นหน่อย
เถอะค่ะ... ว่าพวกเราทำกันแบบนั้นไปเพื่ออะไร
ทำไมไม่พัก ที่ไหน ที่มันใกล้ๆกะสถานที่ต่างๆ
ตั้งแต่แรก...
อีกเรื่องที่ไม่เข้าใจเรยยยยยยยยยยยยยเจงๆคือ
ทำไมต้องห้ามดิชั้นเรื่องรองเท้า... คู่นั้นไม่ดี
คู่นี้ห้าม... อ้างต่างๆนานา ว่า"เดี๋ยวฝนตก
ขี้หมูไหล คนจังไรจะมา พบกันนะลูก รองเท้า
ส้นสูงสีแดงคู่นั้นไม่เหมาะหรอก" คือ เอ่ออ...
วรนุชที่ไหนจะใส่รองเท้าส้นเข็มไปเดินย่าน
ดงแกะ ให้วัวภูเขามันมาไล่ขวิดเล่นจ๊า
ดิชั้นก็แค่อยากหารองเท้าผ้าใบที่แอบกิ๊บเก๋
เรย์ แมคโดนัลด์... นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้...
สรุปกูต้องซื้อรองเท้าเอาใจชาวบ้าน...ก็ไปได้คู่นี้มา
ทำเอาปวดขี้(แปลว่าเซ็งมาก)ไปหลายรอบ ว่าแล้ว
ก็แวะขี้ซะหน่อย
(เห็นกันป่ะจ้ะ... คือพยายามถ่ายอะไรกูก็ด้ะ แต่อย่า
ให้ติดรองเท้า)
ก่อนกลับว่าจะแอบเหยียบขี้วัวก่อนขึ้นรถให้
ท่านๆไล่ถอดแถบไม่ทันซะเลย
พูดแล้วมันของขึ้น... อย่าว่าเอาท่านมานินทา
ขอแค่จิกกัดเล่นๆ ขำๆ... นะจ้ะ...
ยังๆๆๆ ยังไม่พอ... เมื่อดิชั้นได้รองเท้าเดินป่า
มาแล้วก็คิดว่า เอาวะ งานนี้ต้องเดินกันเข่าหลุด
ไปข้าง ปรากฎ ที่เดินนานที่สุดคือ 30 นาที เรื่อง
ระยะทางอย่าไปนับให้มันขื่นใจ... เพราะท่านๆ
ต้องพักอัดควันกันทุกๆร้อยเมตร... คนไม่รู้อาจ
มาขูดหาหวย พันผ้าสามสีไปแล้ว เพราะควัน
มันโขมงโฉงเฉงเหมือนไปศาลให้หวย
เอาเป็นว่า ดิชั้นนั่งรถจนเป็นอีสุกอีใสเลยว่างั้น
เออ
อ่านกันไม่ผิดหรอก... ติดมาจากเด็กแนวคนนี้
Abigail Black eyed peas ชีบอกว่างี้... ทำไมต้อง
Black Eye ก็ดูตาชีดิ่... เด็กมันแนวก็เงี้ยะ... ทั้ง
ตาเขียว ทั้งตุ่มอีสุกอีใส ทั้งผมบ๊อบหยิกหน้าม้า
มันจี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กว่าแม่มันหลายเท่าตัวนัก... จะเปรี้ยวยังไงให้
ทันลูก...
เปรี้ยวยังไงก็เปรี้ยวกันไปก่อนนะคะ วันนี้ดิชั้น
ขอกราบลาแต่เพียงเท้านี้ เนื่องจาก อีอุมป้า
ใกล้เวลาเลิกงาน ต้องไปเสแสร้งแกล้งเป็น
แม่บ้านทำงานบ้านก่อน... อิอิอิอิอิอิ
จุ๊บๆ ไปก่อนนะ เดี๋ยวว่างๆจะมาแปะรูปเพิ่ม
ผ่านมาอ่านแวะทักมั่งก็ได้นะคะ รักคนอ่านฟรีทุกท่านค่ะ
9 août เวลาผ่านไป ไวเหมือนกลิ่นตดมาแระค่า... หลังจากมาหลอกให้อยาก แล้วจากไป คราวนี้ดิช้นมาจริงๆ หลังจากที่วันๆเป็นแม่บ้าน ที่ไม่เอาอ่าว งานหลวง ก็พลาด งานราษฎ์ก็พลั้งอย่างไม่มีที่ติแล้ว ดิชั้นก็ เอาเวลาไปอัพเดทข่าวหนังฮออลลีวู้ดของนาธาน โอมาน อย่างกระช้นชิด เลยไม่ค่อยมีเวลามาอัพ เท่าไหร่ ส่วนเรื่องงานตอนนี้แทบจะหลายเป็นฟูลทาร์มแล้ว เหนื่อยมากค่ะ วันๆแทบไม่ได้พัก(แหม ก็ดันเอา เวลาพักไปแซ่บหนุ่มๆในฟิตเนสซะหมด จะพักได้ไงค๊า) (อ่อ เกือบลืม เฮียของอีโอ๋ โปรดทราบ... บางกอก เครื่องบินชนหอบังคับฯเชคชื่อแล้วไม่มีชื่อโอ๋ แต่ยัง ไม่หายห่วง อ่านแล้วช่วยให้โอ๋เมล์มาหาด้วยนะจ้ะ) เอนี่เวย์... มีข่าวดีอีกหนึ่งข่าว ให้กับตัวดิชั้นเอง อีกะหรี่ผีเผ่า จากเซ้าท์แอฟริกา กะลังจะกลับเผ่าซูลู ของมันแล้ว ต่อไป ดิชั้นไปทำงานก็ไม่ต้องมาเจออีนี่ วิ่งวนโต๊ะ หิ้วหอกกะโล่ห์มาทำพิธีซูลู ซุย เสียงดัง น่ารำคาญอีกต่อไป... เชอะ ดิชั้นไม่ลงขันซื้อของขวัญ ให้มันหรอก... แล้วนี่ นี่... ขอเม้าท์... เค้ามาทำแปะ โปสเตอร์ชวนคนไปปาร์ตี้เลี้ยงส่งรอบโรงแรม ปรากฎ ว่ามีคนไปสามคน... คือ อีผีเผ่า, อีผีช่างผม และอีเด็ก ครัวมั่วผัวชาวบ้าน... เชอะ... ดิชั้นว่าเมสเสจหากันเอง สามคนจะง่ายกว่า... (ไฮไฟว์กะผู้อ่านค่ะ 555) เอาเถอะ จะมาบอกว่า ระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านไปมันช่าง ไปจริงๆนะคะ... ลูกแอ๊บบี้น้อยหอยสังห์ของดิชั้นจะสอง ขวบวันที่ 22 สค. นี้แล้ว สวยจริงๆ ตอนนี่แอ๊บบี้นั่งส้วมแล้ว เก่งมากลูก... แล้วก็ฟ้องเป็น แล้วนะคะ... เวลาเพื่อนแกล้ง ก็วิ่งมาฟ้อง... ดิชั้นก็สอน ลูกว่า "จะมาฟ้องทำไม ตบมันกลับเลยค่าคุณลูก คริคริ" เรื่องพูด นี่ไม่ต้องให้สาธยาย ชีเถียงเป็นแล้ว... เพราะชี เป็นสาวน้อยแล้ว... เรื่องกินข้าว ก็กินเองนานแล้ว ไม่ต้อง มานั่งป้อนกันต่อไป... ตอนนี้ก็แค่ซักผ้า ช่วยแต่งตัวเฉยๆ ปีหน้าชีคงย้ายออกได้แล้ว เพราะช่วยเหลือตัวเองได้หมด แล้ว....แอร๊ยยยยยยยย วันเกิดลูกน้อยนี้ ยังไม่ทราบจะซื้ออะไรให้ชี ถ้าถามว่า "ลูกแอ๊บบี้ หนูอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดคะ" ลูกแอ๊บบี้ตอบสั้นๆว่า "เทียน" ลูกดิชั้นมันเป็นเด็กแว๊นท์ ติสท์แตกไปแล้วหรอคะ... เด็กสองขวบติสท์แตกได้ไม๊ คะ... ในขณะที่เด็กคนอื่นๆอยากได้จักรยาน ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา บาร์บี้ เคน (ธีรเดช แม่ก็อยากได้) เรือ เสื้อผ้า รองเท้า แต่ลูกดิชั้น มันอยากได้ เทียน(ส์) แบบว่ามากกว่าหนึ่ง เล่มนะคะ... ขนาดเอาหนังสือแคตตาลอกของเล่นมากางให้ชีเอา ปากกาวง ชีก็ยังยืนยันว่าจะเอาแค่เทียน... ดิชั้นว่า เด็กสมัยนี้มันติสท์แตกเร็วไปรึเปล่า... ว่าแล้ว ดิชั้นว่า ดิชั้นจะลองร่างจม.ถึงรายการรักลูกให้ถูกทาง ก่อนดีกว่านะคะ... (สตอเหมือนใครน๊า นึกไม่ออก) (ป่ะล่ะ ปะล่ะ)
"สวัสดีค่ะ ดร. สายฤดี ดิชั้นเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง มีลูกสาว อายุใกล้สองขวบแล้วค่ะ มีแววออกว่าจะเป็นศิลปิน เพราะ ชีร้องเพลง Single Ladies ของคุณบียองได้ แถมยังร้อง เพลง Poker Face ของเลดี้กากาได้อีก และล่าสุด ชีก็ร้อง Sweet Dream ของบียอง และเพลงใหม่ของ Black eyed peas ได้อีก... ดิชั้นสนับสนุนให้ลูกเป็นอาร์ทติสอย่างเต็มที่ค่ะ แต่ไม่อยาก ให้มันเกินกว่านั้น เพราะกลัวลูกเป็นเด็กติสท์แตก... เรื่องใจแตก บอกตรงๆค่ะดอกเตอร์... ดิชั้นไม่กังวล... เพราะผู้หญิงที่ผ่านวัยรุ่น จนมามีผัวแล้วเนี่ย ต้องผ่าน ระยะใจแตกมาแล้ว... ไม่เชื่อดอกเตอร์ถามคุณผู้อ่านดิชั้นได้ค่า แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นอยู่ที่ว่า... ลูกสาวดิชั้น ออกแววติสท์แตก... โดยดิชั้นสังเกตุจากการตอบคำถาม ที่ว่า "วันเกิดหนูอยากได้อะไรเป็นของขวัญคะ" ลูกสาว ตอบเพียง "เทียน(ส์)" ขอถามค่ะ 1 ดิชั้นไม่อยากให้ลูกติสท์แตกก่อน วัยอันสมควร หรือถ้าเป็นไปได้ ดิชั้นไม่อยากให้ลูกติสท์แตกเลย ไม่ทราบดอกเตอร์มีวิธีการที่จะแนะนำให้ดิชั้นไปปฏิบัติ ได้อย่างไรบ้างคะ 2 ถ้าลูกกลายเป็นคนติสท์แตกไปแล้ว จะมีวิธีแก้ไข อย่างไรบ้างคะ 3 ดิชั้น ไม่ค่อยเข้าใจข้อความใดๆที่มาจากมนุษย์ ติสท์แตก ไม่ทราบว่า เค้าเอาหัวแม่ตีน หรืออะไรคิด ออกมาสร้างสรรค์มั่ง ไม่สร้างสรรค์มั่ง เปรียบเปรย กะอะไรก็ไม่ได้ จุดยืนมี แต่หลักการเลือนลาง เอาเด่น เป็นติสท์แตก... อย่างนี้แล้ว... จะยังไงดีคะคุณดอกเตอร์
ด้วยความเคารพอย่างสูง วิกขี้ คุณแม่มือไว ใจเร็ว เอวค่อด ปอดบวม หลวมตัว ผัวเด็ก เอ๊กซ์แตก แจกทอง มองผู้ชาย อายคนล่ำ ล้ำกว่าเพื่อน เกลื้อนจะแดก แลกมาม่า ตาสั้น อั้นฉี่" (วันนี้ชื่อและนามสกุลดิชั้นยาวมาก)
อ่านร่างจม.นี้แล้วท่านผู้อ่านว่าไงคะ... ถ้าไม่ต้องเพิ่ม เติมอะไรจะได้ส่งเลยละกัน
ไปก่อนนะคะ พาลูกไปหาซื้อเทียนก่อน 29 juillet กลุ่มตลาดของบลอกเถื่อนๆสวัสดีท่านผู้อ่านทั้งขาประจำ และขาจรนะคะ
วันนี้ ดิชั้นได้ข้อมูลท่านผู้อ่านจากสนง.สถิติ
แห่งจ๊าด(ง่าว)มากะเจ้า... จากการสำรวจ
ครั้งนี้ ดิชั้นขอนำมาแยกเป็นกลุ่มโดยแยกแบบ
Multi-Attribute Segmentation โดยแยกกลุ่ม
แบบรวมหลายทิศทาง เช่นอายุกะไลฟ์สไตล์
เพศกะพื้นที่ (เนียนไปเรื่อยเลยตรู)
เอาเถอะๆๆๆ
เลยอยากเอามาเปิดเผยให้ดูกันจะจะ... ดูสิว่า
คุณผู้อ่านที่รักอยู่กลุ่มไหนกันเอ่ย
กลุ่มแรก... เป็นกลุ่มใหญ่สุด ส่วนมากออนจาก
ร้านเนท หรือห้องเช่า ตั้งใจหารูปลามกจากกูเกิ้ล
ส่วนใหญ่ใช้คำว่า "อวัยวะเพศหญิง" แล้ว(โชคร้าย)
มาเจอบลอกดิชั้น ดิชั้นขอเรียกกลุ่มตลาดนี้ตามลักษณะ
การแบ่งกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดตามเพศและลักษณะ
นิสัยว่า... "กลุ่มน่าสมเพชหมกมุ่น ตายไปตกนรกหมกไหม้"
ฟังชื่อกลุ่ม ดูออกจะดุเดือด แต่ถ้าดิชั้นไม่ได้พวกเค้าเหล่า
นี้ ดิชั้นก็จะไม่มีวันที่คนมาเคาะอ่านบลอกมากมายอย่าง
เด็ดขาด... ดิชั้นจึงรู้สึกรักคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ที่ทำหน้าที่
เจ๊ดันได้อย่างยอดเยี่ยม
ลักษณะการใช้สินค้า (อ่านบลอก)ของพวกเค้าคือ เสริช
คำหยาบในกูเกิ้ล เจอบลอกอีนี่(ดิชั้นเอง)ทรามมาก...
ไหนดูสิ มีรูปโป๊เปลือยไม๊... แล้วก็
ผ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เจอหน้าแบบนี้เข้าไป พวกเค้าก็แทบจะคลิกออก
จากบลอกไม่ทันเลยทีเดียว...
แต่วันรุ่งขึ้น... กลุ่มนี้ก็จะเข้ามาใหม่ เนื่องจาก
1. สมองเต็มไปด้วยขี้เลื่อย ผสมขี้ควาย จำไม่ได้
ว่าเคยเข้ามาแล้ว...ไม่มีรูปโป๊ มีแต่หนังหน้าอีนี่
2. ไม่เข็ด... ชอบของหลอนๆ... เหมือนได้ดูหนังผี
กลุ่มนี้ ไม่เคยอ่านบลอกดิชั้น แต่เข้ามาดูรูปเฉยๆ
เนื่องจากอ่านหนังสือไม่ออก... สะกดเป็นอยู่คำ
เดียวคือคำว่า หอหีบ สระอี...
เอาล่ะค่ะ รู้จักกลุ่มแรกกันไปแล้ว เราก็มาดูกลุ่มที่
สองนะคะ
กลุ่มที่สอง... กลุ่มนี้เล็กลงมาหน่อย... จะเป็นคนที่
รู้จักกับดิชั้นอยู่แล้ว... เห็นกันอยู่ในเอ็มเป็นประจำ
พอเห็นมีดอกกระพริบ วาบๆบนเอ็มก็จะเข้ามาอ่าน...
ขอเรียกกลุ่มนี้ว่า "เพื่อนตัวแม่ แชร์บลอกกัน"
พออ่านเสร็จ ก็เลิกคบ เลิกคุยกะดิชั้นไปโดยปริมณฑล
"ปริยาย!" (แหม่ ชงเองกินเองนี่มันอร่อยจริงๆ)
ดิชั้นไม่โทษอะไรกลุ่มนี้ค่ะ เพราะบลอกดิชั้นมันเถื่อน
คนที่ยังคบกันอยู่ก็พอมีบ้าง คนที่ยังคบกันอยู่ก็หน้าตา
เป็นแบบนี้
คริคริคริ ... หื่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เอาล่ะ คนกลุ่มนี้ ก็ไม่ได้อารมณ์ว่าอยากอ่านมาก
มาย แต่พอว่างก็คลิ๊กไปงั้นๆแหละ
กลุ่มต่อมาดีกว่านะคะ... กล่มที่ 3 กลุ่มนี้เป็นชาว
ต่างชาติ... หลักๆเป็นตุรกี ตามมาด้วยฝรั่งเศส
จีน และสุดท้าย ปานามา... ถ้าใครที่อ่านมาเรื่อยๆ
จะเห็นว่า ระยะหลังมีขาเสือก มาตามตื้อ ให้พิมพ์
บลอกเป็นภาษาอังกฤษ... ดิชั้นขอตั้งชื่อกล่มนี้ว่า
"กลุ่มเสือกไม่เข้าเรื่อง"... ลักษณะการอ่านบลอก คง
ไม่ต้องอธิบายเพื่อนต่อความยาว สาวความยืด...
เพราะแม่งอ่านไม่ออกสักตัว ยังแอบอยากมาเสือก
ต่อๆๆๆดีกว่า เดี๋ยวไม่จบ...
กลุ่มต่อมา กลุ่มที่ 4 "กลุ่มผีไม่มีศาล วิญญาณไม่มีหลัก"
ชื่อก็บอกลักษณะ... กลุ่มนี้มาปรากฎอยู่ในสถิติ แต่
เราไม่สามารถ สัมผัส หรืออ่านฟีดแบ๊คใดๆจากพวกเค้า
ได้... คนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเดียวกะบุคคลที่ทำให้ร้านหนัง
สือดอกหญ้า หรือแม้กระทั่งห้องสมุดประชาชนเจ๊งไปแล้ว
หลายสาขา...
คนกลุ่มนี้... จะเข้ามาอย่างเงียบๆ ไม่ว่าจะเป็นเพราะกูเกิ้ล
พลาด แล้วมาโดนลิ้งค์บลอกดิชั้น หรือไม่ว่าจะเป็นเพราะ
คลิ๊กลิ้งบลอก มาจากบลอกคนอื่นต่อๆกันมาอีกที หรือแม้
กระทั่งคนที่พยายามค้นหาอัตชีวประวัติน้องหมอยของดิชั้น
อ่านเสร็จ... ขำเสร็จ... ก็จะปิดหน้าต่างไปโดยไม่มีเยื่อใย
ไม่มีการมาลงชื่อ... ไม่มีการมาทักทาย...
"ก็ในเมื่อบลอกมันฟรี... เราก็จะอ่านแม่งเรย... ดอกหญ้ามัน
เจ๊งไปแล้ว ก็มีบลอกอีนี่แหละ และก็บลอกใครหลายๆคนที่
ไม่ต้องใส่พาสเวิร์ด... ก็แอบอ่านมันซะเรย... อ่านเสร็จก็ไม่
ต้องไปมีมารยาทกะมันหรอกอีเนี่ย... เถื่อนซะขนาดนี้..."
นี่คือ Testimony ของลูกค้ากลุ่มนี้... ดิชั้นได้มาจากการ
นั่งทางใน เพ่งกระแสจิต... ซึ่งน่าเชื่อถือมากๆ...
เอาล่ะ... แบ่งได้มาและ ว่ามีกลุ่มตลาดอยู่สี่กลุ่ม... ยังไม่ได้
ตัดสินใจเลยค่ะ ว่าจะเจาะกลุ่มไหนเป็นพิเศษ... แต่ยังไงก็
ขอขอบคุณทุกกลุ่มนะคะ...
รายงานสถิติแห่งจ๊าดง่าวนี้ จริงๆมันอยู่หลังบลอกดิชั้นนี่เอง
ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล... เรื่อง Reliability ของข้อมูลต้อง
ไปถามเอาจาก msn live นะคะ เพราะเค้าทำตัววัดนี้ขึ้นมา
ดิชั้นไม่มีส่วนได้ ส่วนเสีย(ตัว)อะไรกะเค้า
ไปดีกว่า เมาน้ำลาย...พิมพ์ไปพิมพ์มาชักเลอะเทอะ...
24 juillet เมื่อชนชั้นขับจากัวร์ ต้องมาขายบริการเมื่อวันจันทร์ ดิชั้นก็ไปทำธุระมาแล้วเรียบร้อย
ณ. กงสุลไทย ประจำเมืองฮัลล์...
ท่านกงสุลมิได้เป็นคนไทยหัวดำ ตาดำแต่ประการใด
แต่ท่านเป็นฝรั่งหัวทอง ตาน้ำข้าวของแท้
สืบเนื่องจากบลอกที่แล้ว ที่ดิชั้นแร้นท์ไปซะเยอะ มา
บลอกนี้ต้องขอกราบอภัยที่ให้ข้อมูลผิดเรื่องค่าธรรม
เนียม...
ท่านกงสุลคิดเงินลายเซ็นต์ละ 28 ปอนด์ บวกค่า
คิดเลข 10ปอนด์.... ดิชั้นเรียกว่าค่าคิดเลข เพราะ
ไม่ทราบจะเรียกว่าค่าอะไร ในเมื่อ 28 ปอนด์ก็น่า
จะเป็นค่าธรรมเนียม
มีสองลายเซ็นต์ ก็โดนไป 66 ปอนด์ เรื่องใบเสร็จ
อย่าหวังว่าชาตินี้ จะได้เห็น...
ป่ะล่ะ.... เกรียนป่ะล่ะ...
ท่างกงสุลคงไม่ทราบว่า ในขณะที่พวกเรา คนหาเช้า
กินค่ำนั้นต้องทำงานทั้งวัน กว่าจะได้เงิน 60ปอนด์มา
จ่ายให้ท่านขับจากัวร์xk สปอร์ต เบาะหนังสีเบจ ได้นั้น
มันลำบากแค่ไหน
คันนี้เลย ทีท่านกงสุลขับ แถมทะเบียนเป็นแบบพิเศษด้วย
.
.
.
บ่นไปก็เหนื่อยเปล่าๆ ไม่รู้จะมาบ่นทำหอกอะไร...
เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออออ
ออออออออออออออออออออออออออออออออ
อยากถอนหายใจยาวๆไปถึงเมืองไทย
ดิชั้นรึก็... ปัญญาซื้อรถยังไม่มีเลย...
ทำงานกว่าจะได้หก เจ็ดสิบปอนด์ นี่หลังขด หลังแข็ง
ไม่มีหรอก มาหงึกๆหงักๆสองนาทีแล้วมีเงินเข้ากระเป๋า
ไปดีกว่า ขี้เกียจบ่น
16 juillet นี่มันค่าทำเนียน หรือมันค่าธรรมเนียมมาบ่นอีกและค่า... (ก็บ่นมันทุกบลอกแหละอีเนี่ย)
มาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเล่าอะไรให้ฟังหน่อย
พอดีดิชั้นต้องเซ็นต์เอกสาร จากธนาคารที่เมืองไทย
แล้วเค้าขอให้ ดิชั้นไปเซ็นต์ ต่อหน้าเจ้าพนักงาน
กงสุลไทย แล้วให้เค้ารับรองลายเซ้นต์ว่าเป็น
ของดิชั้นจริงๆ....
เอกสารของดิชั้น มีทั้งหมด ประมาณ 30 หน้า
สิ่งที่เจ้าหน้าที่กงสุลต้องทำ...
ถ้าเดาไม่ผิด... ก็น่าจะเป็น
1. นั่ง
2. มอง
3. ปั๊มตรา
4. เซ็นต์รับรอง
สี่ขั้นตอนนี้ ทางกงสุลขอคิดค่าบริการลายเซ้นต์ละ
38 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยราวๆ 2000 บาท
ถ้าเอกสารมีกว่า 30 หน้าก็คูณเข้าไปนะคะ
สี่ขั้นตอน... ที่โหดหินมาก รับรองว่า คุณๆผู้อ่านทั้งหลาย
ทำไม่ได้แน่ๆ... เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
1. หน้าเลือดไม่พอ เท่ากับหน่วยงานของรัฐ
เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
2. ไม่ได้เกิดมาเพื่อเอาเปรียบใคร ถือตนเป็นรัฐผูกขาด
โมโนโพลี ในเมื่อใครหน้าไหนทำหน้าที่ไม่ได้ เราก็คิด
ค่าบริการให้คนเค้ามาด่าลับหลัง แช่งกันไปถึงโคตรเลย
ดีกว่า
เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
3. ไม่ได้หนังหนากว่ากะหรี่แถบอัมสเตอร์ดัม ที่
ยืนขายบริการกันหรา โชว์หน้า โชว์กาย แต่อย่าง
น้อย เธอเหล่านั้นคิดค่าบริการอย่างสมน้ำสมเนื้อ
เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
4. ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขาตาบอด
ถ้าโดนขอร้องให้รับรองลายเซ็นต์คนอื่นแค่นี้ คงไม่คิด
เงินหรอก ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยนี่
ดิชั้นคิดว่า เมื่อไปขอใช้บริการ มีการจ่ายค่าธรรมเนียม
นั้นเป็นเรื่องปกติมากๆ ยังคิดเลยว่า น่าจะอยู่ที่ 30-40
ปอนด์ต่อเอกสารหนึ่งชุด... แต่นี่ ลายเซ็นต์ละ 38 ปอนด์
กระหรี่ที่ไหนยังไม่คิดค่าบริการเหี้ยขนาดนี้เลย...
เอาล่ะ เป็นที่เข้าใจได้ว่า หากคิดค่าบริการ 38 ปอนด์ต่อชุด
ก็อาจมีพวกที่มากันชุดละห้าร้อยหน้า ก็อาจจะทำให้พวกคุณๆ
ทั้งหลายเสียเวลาไปหลับนอน เป็นหนอนไชบ้านเมือง เดี๋ยว
จะไม่มีเวลาไปกินเป็ดโฟร์ซีซั่น ไปทำงามหน้าตามประสา
ตัวแทนประเทศ
ก็อาจจะคิดค่าบริการไปเช่น 1-10 ลายเซ็นต์ 20 ปอนด์
เกิน 10 แต่ไม่เกิน 20 จ่ายเพิ่ม 10 ปอนด์
ลายเซ็นต์ต่อไปมากกว่า 20 ... 10 ลายเซ็นต์ละ 5 ปอนด์
ก็ว่ากันไป....
แต่ด้วยความที่ อยากโชว์ว่าตรงไปตรงมาไง ก็เลยคิด
มันลายเซ็นต์ละ ราคาเดียวไปเลยง่ายดี
อย่างว่า ฉลาดแกมโกง ปัญญาอ่อนเลข ไม่มีจรรยาบรรณ
มันก็สมกับคำว่าระบบข้าราชการไทยดี
ถึงคำกล่าวข้างบน "ดิชั้นติงระบบ ไม่ได้ติงคนทำงานตาม
ระบบ เพราะเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่ว่า พวกคุณทำงานให้เค้า
ไปตามที่ถูกกำหนดมา พวกคุณเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้"
รมณ์เสียอ่ะ...
ดิชั้นเข้าใจว่า กงศุลนั้นอาจมีรายจ่ายเยอะ ยิ่งอยู่ในประเทศ
ที่ค่าครองชีพสูงอย่างในประเทศอังกฤษนี้นะคะ
แต่ก็ควรทำงานซื่อตรง คิดค่าบริการอย่างสมน้ำสมเนื้อ
หากว่าเอกสารเหล่านี้ ต้องไปตกอยู่กะหน่วยต่างชาติ
หน่วยอื่นอีกทีเพื่อการพิจารณา แล้วการเดินเรื่อง จะต้อง
ก่อให้เกิดค่าใช่จ่ายอื่นๆตามมาทีหลัง แล้วมาชาร์จกัน
แพงๆ ก็คงเป็นที่เข้าใจ(พอ)ได้
แต่นี่มันคือ จุดเดียวจบแล้วไง ต่อให้เอาส้นตีนมาช่วยคิด
ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่า การรับรองเอกสาร มันทำให้เกิด
การสูญเสียทรัพยากรส่วนไหนของกงสุล
ดิชั้นเข้าใจว่า กงสุลไทย นั้นได้งบประมาณจากกระทรวง
ต่างประเทศรับรองค่าใช้จ่ายเงินเดือน ค่าที่พัก ค่าสถานที่
น้ำไฟ โทรศัพท์อื่นๆอีกจิปาถะ ไหนจะได้สปอนเซอร์เอกชน
เวลาจัดงานต่างๆทั้งหลายแหล่ แล้วการคิดค่าบริการแบบนี้
มันจะลงที่ใครหรอคะ...
ถ้ามันได้ไปลงกระปุก ไว้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนคนไทย ที่ไป
ตกทุกข์ได้ยากอยู่ ก็จะไม่เสียดายเงินหรอกค่ะ
แต่เคยอ่านข่าวกันมาไม๊คะ ว่า กงสุลไทยในจีนเนี่ย ปฏิเสธ
การส่งศพนร.ไทยที่ไปโดนแทงตายกลับไทย อ้างว่าไม่มีงบ
จากหนึ่งกงสุล(แม้จะคนละประเทศ)มันก็สามารถบ่งบอก
หรือให้ภาพลักษณ์ได้ดีเช่นกัน
ไม่อยากจะเปลืองน้ำลาย น้ำมือ นั่งพิมพ์ยิกๆๆๆด่าใคร
ให้เปลืองสมองหรอกค่ะ เอากันไปขบคิดง่ายๆว่า เงิน
เข้าเงินออก มันโปร่งใส แค่ไหน แค่รายงานปีงบประมาณ
มันยังไม่เอาออกมาบานให้ชาวบ้านดูเล้ยยยยยยยยยยย
ดิชั้นอยากต๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เงินซื้อของฟุ่มเฟือยดิชั้นเองแท้ๆ
|
||||||||||||||
|
|