แฟ้มประวัติ...V I C K Y 'S L I L ...รูปถ่ายบล็อกรายการเพิ่มเติม เครื่องมือ วิธีใช้

บล็อก


25 พฤศจิกายน

นิยายเรื่องสั้น "ที่มาของปัญหาครอบครัว"

 
 
วันนี้เป็นวันอังคาร...(กูบอกว่านิยายอย่ายึดติดอย่าเบรกขอร้อง)
 
เย็นมากแล้ว ข้างนอกก็มืดสนิท ทั้งๆที่เป็นเวลาแค่ห้าโมงเย็น
 
ดิชั้นนั่งเปิดเนทอ่านข่าว(ชิ ข่าวนักรักบี้ กะนาธานน่ะสิ) ขณะที่
 
ลูกสาวอายุสองขวบนั่งทานข้าวผัดแฮมอยู่หน้าทีวี
 
ดิชั้นนั่งมองนาฬิกาเป็นพักๆ สงสัยว่าทำไมสามียังไม่ถึงบ้าน
 
ทั้งๆที่เวลาก็ล่วงห้าโมงมาได้ห้านาทีแล้ว
 
"ช่างเถอะ คงรถติด" ดิชั้นคิดในใจ...
 
5.15 น. สามีเปิดประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับตะโกนลั่นว่า
 
"หวัดดีคร้าบ มีใครอยู่ไม๊"
 
"----------------------"เราสองแม่ลูกไม่ได้ตอบ หรือขานรับ
 
เมื่อสามีเดินพ้นประตูเข้ามาในบ้าน ดิชั้นจึงหันไปพยักหน้า
 
เชิงรับรู้ พร้อมกับพูดสั้นๆว่า "ไง?" แล้วจึงก้มหน้าก้มตาอ่าน
 
ข่าวต่อ
 
สามีเกลือกตา ตีสีหน้ารำคาญใจเล็กน้อยก่อนหันไปพูดกะ
 
ลูกสาวสุดที่รัก ด้วยน้ำเสียงดีใจและใบหน้าที่ยิ้มแย้มว่า
 
"โอโห เจ้าหญิงของพ่อทานอะไรอยู่คร้าบ เป็นไงบ้าง"
 
ลูกสาวสองขวบที่กะลังดูทีวีอยู่หันมาตัดบท
 
"อย่า... หนูกะลังดูการ์ตูน" โดยที่ตาไม่ได้ละจากทีวี
 
อีกครั้ง... สามีถอนหายใจ เกลือกตา ทำหน้ารำคาญ
 
แล้วจึงเดินเข้าครัวไปเก็บกวาด เช็ดถูครัวให้เรียบร้อย
 
เพื่อสงบสติอารมณ์
 
"ที่รัก... วันนี้เราต้องไปจ่ายตลาดรึเปล่า" สามีถาม
 
"อ๊าว ก็ต้องจ่ายดิ่... ตู้เย็น ตู้กับข้าวเกลี้ยงแล้ว ไม่เห็น
 
รึไง" ตาของดิชั้นก็ยังไม่ละจากคอมพิวเตอร์
 
"ไปกี่โมงดีครับ" สามีถามน้ำเสียงเรียบๆ
 
"รอลูกกินข้าวเสร็จก่อน" ดิชั้นตอบโดยที่ไม่ได้มองเลย
 
ว่าลูกหยุดกินไปตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้ว
 
"ลูกไม่ได้กินแล้วนะ" สามีพูด พร้อมมองมาที่ดิชั้น
 
"อ๊าว เห็นลูกหยุดกิน ยังจะแช่ข้าวไว้หน้าลุกอีก ทำไร
 
เป็นมั่งเนี่ย เอาไปเทขยะสิ แล้วเช็ดหน้าลูกด้วย"
 
ดิชั้นไม่ได้สั่ง แต่ขอร้องอย่างไม่สุภาพ
 
-------------------------------------------------------
 
เราสามคนอยู่ในระหว่างทางไปจ่ายตลาดที่ซุปเปอร์
 
บรรยากาศในรถก็ยังเย็นชาเหมือนเดิม มีเพียงวิทยุ
 
ที่ทำให้บรรยากาศไม่แย่จนเกินไปนัก
 
ลูกสาวสองขวบนั่งร้องเพลง ปาปารัสซี่ของเลดี้กากา
 
เรามองหน้ากันแล้วหัวเราะ ดิชั้นนึกได้จึงพูดขึ้นว่า
 
"ญาติเธอยกเลิกงานแต่งแล้วนะ"
 
"แม่บอกเหมือนกัน" สามีตอบ
 
"สงสารป้าเธอว่ะ แม่พึ่งตาย เสียเงินมัดจำฟรีๆอีก"
 
ดิชั้นให้ความเห็น
 
"ผิดที่ผู้ชายแหละ ยังเด็ก แต่ญาติชั้นก็ใช่ย่อย" สามีเสริม
 
"เออน่ะสิ... ชั้นถึงเกลียดการอยู่กับผู้ชายเด็กกว่าไง" ตึง..
 
ดิชั้นหลุดปาก... พร้อมกะมองสามีเพื่อจับปฏิกิริยา
 
สามีหันมามอง ก่อนตอบว่า"ก็เอาสิ ไปเล้ย จะได้เป็นอีก
 
คู่ของตระกูล"
 
ดิชั้นสวนทันที "เงียบปากไป อย่ามาปากดีให้มันมาก"
 
--------------------------------------------------------
 
ดิชั้นเดินเข้าไปหยอดเหรียญปอนด์เพื่อเอารถเข็นช้อปปิ้ง
 
ออกมาจากแถว โดยที่สามีจูงมือลูกเดินตามมาติดๆ
 
"เดี๋ยวชั้นเข็นรถเข็นเอง เธอจูงลูกไป" พร้อมกับแลกหมู
 
แลกแมวกัน ดิชั้นเอากระเป๋าสะพายใส่ไว้ในรถเข็น แล้ว
 
เดินตัวเปล่า แต่จูงมือลูก
 
เราเดินไปได้ไม่ถึงสิบนาที
 
"แม่ขา หนูปวดฉี่" ลูกสาวร้องบอก ดิชั้นจึงรีบพาลูกไปเข้า
 
ห้องน้ำ "เดี๋ยวมานะ" ดิชั้นบอกสามี
 
จริงๆลูกสาวไม่ได้ฉี่ แต่มีท่าทีกระอักกระอ่วนมาก ถึงกระนั้น
 
ก็ไม่ได้งอแง ร้องไห้แต่อย่างใด
 
เราเดินจูงมือกันออกมาจากห้องน้ำ เดินไปหาสามีที่จุดเดิม
 
ไม่มี...
 
ดิชั้นลากมือลูกเดินหาตามแถว... ก็ไม่มี
 
คนที่เดินสวน เริ่มชี้ไปที่ลูกสาว... "ดูดิ่" ดิชั้นก็หันลงมองจึง
 
เห็นว่าลูกสาวกะลังอ้วกในห้าง คนที่เดินผ่านก็ทำหน้า
 
ผะอืดผะอม...
 
ขณะนั้น... ดิชั้นที่เดินตัวเปล่ามาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถ
 
หาอะไรมารองอ้วกลูกสาวได้ จึงต้องปล่อยให้เค้าอ้วกออก
 
ให้หมด พนักงานที่มาเห็นก็ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งซุปเปอร์
 
ไวเซอร์มา จึงแก้ปัญหาให้ได้ ณ ตอนนั้น ก็ยังไม่เห็นวี่แวว
 
ของสามีเลยสักนิดเดียว
 
ดิชั้นโกรธมาก... คิดในใจว่าตามคอมมอนเซ้นท์นี่ ควรจะรอ
 
กัน ณ จุดที่แยกกัน โดยเฉพาะในที่ที่โทรศัพท์ไม่มีคลื่น
 
เมื่อเช็ดอ้วกอะไรเสร็จ จึงไปเจอสามีเดินมาจากอีกมุมหนึ่ง
 
ของห้าง แล้วบอกว่าไปคุยกะยามมา
 
"คุยทำเหี้ยอะไรกะยาม" ดิชั้นสาดใส่ไม่สนใจหน้าไหนทั้งสิ้น
 
"โทรศัพท์โทรไม่ได้ยังเสือกเดินทั่ว สมองมีไว้กั้นหูรึไง"
 
สามีสวนว่า "จะมาทะเลาะอะไรตอนนี้ ไปรอในรถไป"
 
ดิชั้นจึงเดินสะบัดไปที่รถ และนั่งรอด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
 
----------------------------------------------------------
 
"อ่ะ แคปหมู ซื้อมาให้" สามียื่นซองแคปหมูมาให้ ผ่าน
 
กระจกรถ ดิชั้นหยิบมาวางไว้หน้ารถแต่ไม่ได้พูดอะไร
 
"นี่เธอคิดว่าชั้นผิดจริงๆหรอที่ลูกอ้วกในห้างเนี่ย"สามีถาม
 
"เออ ดิ่ ถ้าเธอไม่เสือกเดินไปคุยกะยาม ชั้นคงมีคนช่วย
 
หรือเอาถุงในกระเป๋าออกมารองอ้วกได้ ไม่ต้องมาเลอะ
 
ขนาดนี้" ดิชั้นเถียง
 
สามี "จะบ้ารึไง มันไม่ใช่ความผิดใครสักหน่อย ชั้นขอโทษ
 
ที่เราหากันไม่เจอ แต่ชั้นไม่ได้ทำให้ลูกอ้วกนี่"
 
ดิชั้น "-------ชิ--------"
 
-----------------------------------------------------------
 
กลับถึงบ้านแล้ว ลูกสาวเปิดทีวีดูการ์ตูน ดิชั้นกลับไปอ่านข่าว
 
ต่อ ส่วนสามีจัดก็ของในครัว...
 
-----------------------------------------------------------
 
จบแล้วค่า...
 
หมายเหตุ : นิยายเรื่องสั้นนี้ มิได้มีพื้นฐานเรื่องมาจากชีวิตจริง
 
ของดิชั้นใดๆทั้งสิ้น ขอให้อ่านกันอย่างมีวิจารณญาณด้วยค่ะ
 
ไปก่อนนะคะ ไปอ่านข่าวนาธาน ดูนักรักบี้ต่อ
23 ตุลาคม

โคลงสี่(ไม่)สุภาพ ชีวิตในช่วงปัจจุบัน

 
 เป็นแม่ลูกหนึ่งไซร้          ยากเข็ญ
เช้ายุ่งไปถึงเย็น               ห่านราก
มีผัวไป่มีเป็น                   คุณแม่ โสดนา
เมื่อหงี่เป็นเอามาก            เช่นนี้ อยากตาย
 
 บางวันแอบปวดขี้             เซ็งเฮย
บ้านไม่ทำแม่งเลย             นั่งกลุ้ม
เปิดคอมเล่นเนทแสนเสบย   จิบจรด รสชา
หากแม่ผัวมาโผล่ตุ้ม           ดั่งนั้น หูชา
 
 ท่องเฟซบุ๊คท่องเวบไซร้     เชือนแช
เรื่อยเปื่อยไปนักแล            ปล่อยลูก
ทีวีมีเปิดเถอะแก               ดูสิ ร้องไม
แม่นั่งเฉยเหมือนนกฮูก        แต่รัก หนูนา
 
 หิวก็กินหนมต่างข้าว          หาเอง
แม่อยากจะร้องเพลง           เกะบ้าง
เกะยูทู่บครื้นเครง               ร้องแหก ปากนา
เสียงดั่งควายรมณ์ค้าง          สื่อเค้า ไม่แคร์
 
 วันนี้มีสาระไม่ไร้                ปัญญา
ไอเดียเกิดเข้ามา                จิตรู้
นึกออกจะทำไรวา               เข้าเนท ดูเป๋า
อยากสั่งหลุยส์เข้าตู้             แต่ทรัพย์ ไป่มี
 
 ลำพังค่าเช่าบ้าน                ผัวเปรอ
มีค่าน้ำไฟนะเออ                 ไม่ยุ่ง
เงินเดี๊ยนหากเดี๊ยนเจอ          จ่ายค่า เก็บขยะ
กูอยากปล่อยขยะคลุ้ง           ปะแม่ เก็บเอง
 
 อยู่อังกฤษใหญ่ยิ่ง              ของแพง
แค่ค่าขยะก็หมดแรง             จะคิด
ไปร้านไทยอย่าสั่งแกง          มาแดก
บิลเมื่อเห็นสิ้นฤทธิ์              ไข่ทอด ห้าปอนด์
 
 ซัมเมอร์ก็โอไม่ร้อน            เหมือนไทย
หากแต่หน้าหนาวไม            ห่วยงี้
เสื้อโค้ทใส่เข้าไป               เป็นสิบ ตัวนา
ยังไม่หายหนาวฉะนี้             หนุ่มรักบี้ ช่วยแล
 
  เรื่องสุดท้ายก็อยากเล่า       สวยงาม
เดี๊ยนอ่อยผู้ชายตาม             เริ่ดมาก
ตื้อหวังแจกเบอร์ปาม            เบอร์ไป่ เบอร์โทร
Heแจกเบอร์ห้องห่านราก       สุดยอด ความแรง
 
  ตอนนี้ใกล้ห้าโมงโธ่เอ้ย       เสื่อมเซ็ง
ไปก่อนนะตัวเอง                  กับข้าว
ต้องทำไม่งั้นโดนเล็ง             เป็นเหยื่อ แม่ซะมี
ลาณ ที่นี้ ขอจ้ำอ้าว              ไม่เปรี้ยว เลยกู
  
09 ตุลาคม

หนูสวยมั๊ยคะ

ดิชั้นตัดผมมาใหม่ เลยอยากเอามาให้ดูค่ะ
 
ไม่มีไรหรอก
 
 
ช่วงนี้ ว่างค่ะ โดยเฉพาะสมอง คริคริ... ไม่มีไรทำ
 
เลยคิดไปตัดผม... แล้วก็ออกมาเป็นจังซี่ งามไม๊คะ
 
คิดไรไม่ออก ถ้าคิดออกจะมาเขียนใหม่นะคะ
17 กันยายน

เฮลิดอ ภาคสอง ไปเที่ยวสก็อตแลนด์กันเถอะ

 
มาถี่อีกแล้วช่วงนี้ อย่างว่า งานการไม่มีทำ โดนนายจ้าง
 
แบนหนึ่งอาทิตย์ เพราะกลัวเอาตุ่มไปทำให้คนรังเกียจ
 
ฮึ...ดีซะอีก... จะเอาเสาร์อาทิตย์ไปแดกเหล้า เคล้าผู้ชาย
 
ให้อีน้อยอีจาบอีโน๊ต*มากราบเรียกยายเลยทีเดียว ฮ่า ไม่รู้
 
จักแม่ซะแล้ว...
 
(น้อยจาบโน๊ตคือเพื่อนดิชั้นที่กะหรี่มักจะมากราบสักการะ)
 
เอาเถอะ... มาดูกันดีกว่านะคะ ว่าวันหยุดพักร้อน ผ่อนรักที่
 
พึ่งผ่านไปนี้ ได้ทำให้ดิชั้นไปเห็นอะไรบ้าง
 
ดิชั้นจำได้ว่า เช้าแรกที่สก็อตแลนด์ เราเริ่มวันกันด้วยอาหาร
 
เช้า และแพลนการเดินทาง(โห อาทิตย์ก่อนมามึงไม่ได้กะว่า
 
จะไปไหนกันเลยหรอ) ค่ะ พึ่งจะมาคิดกันสดๆตอนนั้น นั่น
 
แหละ... ใครคิด... จะใครล่ะคะ... -_-'  ก็ไปศูนย์หัตถกรรมทอ
 
ขนแกะ... ไปถึงก็เจอกับ
 
 
ผ่างงงงง...
 
 
นกฮูก...และนกนานาชนิด... ซึ่งสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
แต่ถ่ายมาเท่านี้เพราะ กำลังทรัพย์ไม่ถึง... เค้าคิดค่าถ่ายรูป
 
แหละตะเอง... อันนี้ถ่ายกล้องดิชั้นเอง เค้าคิดสามปอนด์ค่ะ
 
ถ้าให้เค้าถ่าย ปริ๊นท์ให้ด้วยก็สี่ปอนด์... แอบแพง แต่ก็คุ้ม
 
เพราะนกเค้างามจริง...
 
แต่ไหนล่ะ แกะ...
 
ไม่ไรๆ เดี๋ยวก็คงเห็นแกะ ก็มันศูนย์ผลิตภัณ์ขนแกะนี่นา พวกเรา
 
เลยไปรอกันที่ด้านหน้า เพราะมีป้ายบอกว่าการแสดงเริ่มเวลา
 
บ่ายโมง...
 
 
แสดงอะไร ให้นักท่องเที่ยวเอาเวลาข้าวเที่ยงไปคิดเป็นปริศนา
 
เอ้ะ มาศูนย์ขนแกะ จะได้ดูโชว์อะไรน๊า... สงสัยจะได้ดูโชว์แกะแน่ๆ
 
เลย!!! ว่าแล้วก็อดอมยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ ทำไมเกิดมาฉลาด
 
หลักแหลมเยี่ยงนี้... ฝรั่งหน้าไหนมันก็คงคิดไม่ออกเหมือน คนไทย
 
หน้าสวยอย่างเราหรอก... ว่าแล้วก็รีบไปจองที่ก่อนที่จะโดนชาว
 
ต่างชาติแย่งซีนสำคัญ
 
 
 
 
 
 
 
 
ผ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
 
 
"โชว์หมาต้อนเป็ด"
 
มีเพื่อนทักท้วงว่า..."อ่าว แล้วแกะอ่ะ"...
 
ดิชั้นต้องกราบเรียนไว้ตรงนี้เลยนะฮะว่า... ไม่เห็นสักตัว...
 
ถูก!!!
 
ไปศูนย์ขนแกะ แต่ไม่เห็นแกะสักตัว... เข้าใจว่าคนสก็อตใจหมา
 
กร้อนขนเสร็จ จับทำพายเลย... แหม่... เพราะพายมันสดอย่างนี้
 
นี่เอง ถึงว่า...อร่อยจริงๆ...
 
ดูหมา เพื่อนชีวิตมนุษย์ต้อนเป็ดเสร็จแล้ว เราก็ออกเดินทางกัน
 
ต่อ เพื่อที่จะไปทะเลสาปคาทริน หรือ Loch Katrine ตามภาษา
 
ท้องถิ่นค่ะ... ไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง... ดิชั้นก็ส่อแววว่าจะไปไม่ถึง
 
ดวงดาว ต้องเปิดหน้าต่าง เอาลิ้นห้อยออกไปเหมือนหมาเมารถ
 
คือ ไม่เหมือนหรอก แต่เมารถเลยจริงๆนี่แหละค่ะ... ถนนเหี้ยไร
 
คดหักมุมสัดอ่ะ... แค่นั่งทางตรงธรรมดา ดิชั้นก็หน้าเขียวแล้ว
 
(น้องๆคะ เรื่องเมารถรานี่พี่ไม่เค้ยไม่เคย จนมาท้องมีลูกนี่แหละ
 
ค่ะ น้องๆอย่าเอาพี่เป็นตัวอย่างนะคะ... คือพอมีลูกแล้วอย่านั่ง
 
รถไป Loch Katrine)
 
ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง แวะอ้วกกันไป...โดนพ่อผัวถ่ายรูปอีก ทำ
 
ยังกะรูปจะขายได้... ใครมันจะซื้อวะ... อีวิกขี้จอดรถอ้วก...โว้วว
 
เอาเถอะ...ได้มาเป็นแพคเกจ เพราะอีคริส ก็ลงไปยิงกระต่าย
 
ลูกน้อยหอยสังข์ดิชั้นก็ไม่น้อยหน้า เอากระโถนออกมานั่งขี้โชว์
 
ไม่แพ้กัน
 
 
จัดได้ว่าเป็นครอบครัวที่ทำกิจกรรมร่วมกันได้ดีจริงๆค่ะ...
 
ต่อมาถึง Loch Katrine ก็กลับบ้าน...
 
อืมมม... อ่านกันไม่ผิดหรอก... ขึ้นไปดูเวลาออกเรือเฉยๆ แล้ว
 
ก็กลับ... ไปให้กูอ้วกไปงั้นแหละ...สัด ไม่รู้จะด่าใครดี... น่าจะ
 
ด่าดิชั้นเองนี่แหละ เสือกโง่มาเองแต่แรก
 
อ้อ...ก่อนกลับ...ที่บ้านบอกว่าเราแวะไปดูหลุมศพต้นตระกูล
 
กันหน่อยดีกว่า แวะของคุณแม่นี่ ใช้เวลาชม.ครึ่ง ซึ่งห่างจาก
 
บ้านพักสองชม.... ณ.จุดนั้น กะเหรี่ยงอย่างดิชั้น ทำหน้ามึนจะ
 
นั่งหน้ารถทันที... ดิชั้นอ้างไปว่า นั่งหลังเมารถจะอ้วก...
 
เสือก วางแผนเหี้ยๆ... ดิชั้นก็ต้องเลยตามเลยแบบวรณุชซะบ้าง
 
 
เนี่ยะ มีอย่าเท่าเนี้ยะ... เป็นต้นตระกูลจริงป่าวแกเองก็ยังไม่
 
แน่ใจ... แต่แกมั่นใจว่ามากๆว่า แกต้องเดินทางมาเพื่อสิ่งนี้
 
...
 
วันถัดมา... พวกเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าฝนจะตกหนักมากๆ
 
นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างก็แอบกลัวสึนามิจากทะเลสาป
 
(พวกคุณขำอะไรกันคะ ดิชั้นกลัวจริงๆ... ถ้าเกิดตอนนั้นฝนตก
 
จนหน้าดินจากเขารอบๆทะเลาสาปทลาย ก็จะทำให้เกิดสึนามิ
 
ได้เช่นกันค่ะ)
 
แต่มันเป็นไปได้ยากมาก ว่าแล้วก็แต่งหน้าไปสู้ฝนดีกว่า...
 
ฮึ... การแต่งหน้าสู้ฝน นี่คนดีๆเต็มๆเค้าไม่ค่อยทำกันนะค้า...
 
แต่ดิชั้นทำค่ะ... จุดหมายต่อไปของเราคือ ห้องนั่งเล่นจนกว่า
 
ฝนจะซา... เราก็นั่งเล่นไพ่กันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฝนไม่ซา
 
เมื่อเห็นท่าว่ายังไงก็คงไม่ซา เราก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป
 
ดิชั้นซึ่งมีเลือดคนกรุงเทพฯเต็มตัว กูไม่สู้ฝนไม่ว่าจะฝนซาหรือ
 
ฝนหมาแมว(เป็นสำนวนฝรั่ง แปลว่าฝนตกหนักค่ะ) จุดนี้...
 
ดิชั้นเวิร์คขี้เลื่อยในหัวให้ทำงานอย่างหนัก... คิดมุขไหนดี เพื่อ
 
ที่จะฉุดรั้งดาวรุ่ง ไม่ให้ออกไปสู้ฝน... แต่อย่างว่า หัวดิชั้นมัน
 
ขี้เลื่อย จะไปคิดเหี้ยไรออก... เมื่อวานเสือกใช้มุขเมารถ วันนี้อด
 
แล้ว เพราะเค้าซื้อยาแก้เมามากรอกปากไปแล้ว ซวยล่ะสิหน้ากู
 
...
...
...
...
...
สองชม.ต่อมา เราก็มาถึงกันที่สวนสัตว์เอดินเบรอะ Edinburgh Zoo
 
คือฝนตกซะจนดิชั้นไม่สัตว์ซักตัว... หมาในที่ไหนมันจะออกมาตาก
 
ฝนค๊า... แต่เอ๊ะ... ราวกับมีปาฏิหารย์กลางสวนสัตว์ ท่ามกลางสาย
 
ฝนที่โหมกระหน่ำ ทำเอาบรรดาสัตว์ทั้งหลายเข้าไปหลบซุ่ม
 
ยังมีสัตว์ที่บ้าบิ่นไปกว่าหมาใน และเสือ สิงโต แร่ด กระซู่ กรูปี และ
 
มันก็คือ....
 
.
.
.
.
.
 
 
"อีแร่ดวิกขี้ กะนกเพนกวิน"
 
ยืนตากฝนกันไม่กลัวหวัดเลยทีเดียว... ดิชั้นว่า มันก็คงจะมีแต่นกเพนกวินนี่
 
แหละที่ไม่กลัวโรคหวัดนก...
 
มีเท่านี้แหละ สัตว์อื่นๆมันไปหลบฝน หลบหนาวกันหมด... คุณแม่มองหาสัตว์
 
ไปก็บ่นไปว่าไม่คุ้มค่าตั๋ว... ซื้อเข้ามา ไม่เห็นสัตว์สักกะตัว ว่าแล้วทันใดนั้น
 
 
เสือดาว และสิงโตก็กระโจนออกมาตะบปหัวทันที...
 
อิอิอิ ล้อเล่นค่ะ...
 
 
คือว่า เค้ามีห้องติดฮีทเตอร์ ติดกระจกแบบเนี้ยะ ให้สัตว์เมืองร้อนเข้ามา
 
หลบหนาว จะบอกว่า สัตว์ส่วนใหญ่ก็มาจากทางแถบบ้านเราทั้งนั้น
 
พวกนี้ ในเขาดินเราก็มีเหมือนๆกัน ตอนแรกดิชั้นไป นึกว่าจะได้เห็นของ
 
จากแอฟริกา แต่... ไม่มีล่ะค่ะ เพราะสัตว์ทวีปนั้น จะสูญพันธ์กันหมดแล้ว
 
ที่อยากเห็นมาก คือ สิงโตแอฟริกา เพราะใหญ่กว่าสิงโตเอเชียเป็นร้อยโล
 
นะคะ... แถมเวลาเค้ามีเมีย ต้องมีถึง 7-8ตัวด้วยกัน ไม่เหมือนของเอเชียที่
 
มีเมียแค่สองตัวก็พอ
 
เอาเป็นว่า ... ของจากแอฟริกาไม่ค่อยมี... เต็มร้อยให้ เก้าสิบละกัน ใกล้
 
เคียงเขาดินบ้านเรา เพียงแต่ เขาดินทรมานสัตว์มากกว่า เนื่องจากพื้นที่
 
จำกัด ก็เข้าใจ... ที่นี่ไม่ล่ามโซ่สัตว์นะคะ... ถ้าไปบ้านเรานี่ ล่ามช้างกัน นึก
 
แล้วละเหี่ยจิต... (แต่ก็ดีกว่า ปล่อยมาเหยียบคนล่ะเนอะ)
 
พอขาวกกลับมาจะหาทางออก ก็พึ่งจะสังเกตุได้ว่า สวนสัตว์ สร้างอยู
 
บนเนินเขา เดินกลับลงเขาวิวสวยดีเหมือนกันค่ะ แต่กล้องกะโหลกกะลา
 
ก็ต้องทำใจ
 
 
เห็นวิวทิวทัศน์บ้านเมืองเขาเป็นเช่นนี้.... วันนี้เอาพอหอมปากหอมคอ
 
ดิชั้นขอลาไปโซ้ยอาหารจีนก่อน... โซมากมายแล้ววันนี้
 
เดี๋ยวมาอัพทริปต่อๆมาให้ทราบกันค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
15 กันยายน

เฮลิดอ...ฮอลิเดย์...7 วัน หนึ่งพันหกร้อยไมล์

วันนี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่มีทีเซอร์เหมือนครั้งก่อนๆ
 
เปิดบลอกปุ๊บ เขียนปั๊บ ล้อมเข้ามาเร็วๆ ลูกหลับอยู่
 
อ่ะ ไหนๆก็มาแล้ว ขอนินทาอีอุมป้า ผัวรักหน่อย
 
คือเฮียเค้าชวดไปแล้วกะอาชีพตำรวจ เค้าก็งอน
 
บอกว่าชาตินี้ไม่ปง ไม่เป็นแล้วตำรวจ (ก็แหงสิ
 
ถึงมึงไม่อยากเป็น เค้าก็ไม่ให้มึงเป็น)
 
แล้วให้ทายจะไปสมัครอะไรเอ่ย...
...
...
...
...
...
...
...
อ๊ะ เฉลยเลยละกันนะคะ ขี้เกียจรอ...
 
ก็จะไปสมัครทหารน่ะซิ๊...
 
ดิชั้นว่า... แมร่งบ้าเครื่องแบบ
 
กูว่าไปเป็นยามห้าง ป่านนี้คงสมใจได้เครื่องแบบ
 
มากอดไปนานแล้ว ไม่รู้จะทำให้ชีวิตมันยากไป
 
กว่านี้ทำไม... แต่ก็เอาเถอะ...
 
มาว่ากันต่อเรื่อง เฮลิดอ...ฮอลิเดย์นะคะ
 
หนนี้เป็นหนแรกในรอบ โอววว หลายปีอยู่
 
แม่ผัวเป็นคนตัดสินใจพาพวกเราไปเที่ยวสก็อตแลนด์
 
ดินแดนแห่งโสร่งค่ะ ก็ขับรถกันไป พ่อผัวขับตลอด
 
ทาง ขอเอารูปมาแปะให้เครดิตพ่อผัวหน่อยนะคะ
 
 
นี่แหละโฉมหน้าพ่อผัว... เท่ป่ะ เพื่อนสาวเคยบอกว่าเหมือนวงแอ๊บบ้า 555
 
เอนี่ฮาว... ในระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ พวกเราไปหลับนอนกันที่บ้านพัก
 
บังกะโลแบบนี้
 
 
นี่ เห็นวิวหลังบ้านป่ะคะ ติดภูเขาด้วย สวยมากๆ
 
เข้ามาดูในบ้านดีกว่า... ถ่ายไปติดนี่...ผ่างงงงง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผีบ้าน ผีเรือน!!!
 
 
หลอนสัดๆ...
 
บ้านพักหลังนี้ อยู่ภายใต้เครือโรงแรม Rowardenen นะคะ
 
เมื่อเข้าพักแล้ว ไม่มีบริการอาหารเช้านะคะ หาแดกกันเอง
 
เพราะสิ่งอำนวยความสะดวก เค้าก็ให้ครบครัน ดังที่เห็น
 
 
 
 
มีแม้กระทั่งน้ำตาลทราย ชา กาแฟ แต่พวกของสด
 
ต้องไปหามาตุนกันเอง
 
นี่คือบรรยากาศภายในห้องโถง... ดูอบอุ่นมากๆ
 
 
ดูอบอุ่นกว่าบ้านดิชั้นอีก -_-' ต่อมาขอพาไปดูห้องนอน
 
ห้องแรก... เป็นห้องของคุณลูกสาว... ชีจองเลย
 
 
 
ห้องถัดมาเตียงคู่ แน่นอนเป็นของดิชั้นและอุมป้า
 
ต่อมาห้องเตียงเดี่ยว ก็คือห้องพ่อแม่ผัว
 
เมื่อมองออกไปหน้าบ้าน จะเห็นวิวทิวทัศน์เยี่ยงนี้
 
 
 
 
มีความงามธรรมชาติทิวทัศน์ขนาดนี้แล้วยังจะเอา
 
อะไรกันอีกค๊า..................................................
 
มีให้ชม ให้ไปดูกันขนาดนี้ เชื่อมั๊ยว่า ตลอด 7 วัน
 
ที่ไปพักขนาบข้าง Loch Lomond ทะเลสาปอัน
 
ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ดิชั้นไม่มีโอกาส ได้ยลโฉมหล่อน
 
อย่างเต็มตาเลย...
 
มันเป็นเพราะใครริเริ่มความคิดกันล่ะคะ ว่าพวกเรา
 
จะต้องไปพักบังกะโล ที่ไกลจากถนนสายหลัก
 
เป็นเวลา 30นาที...
 
กราบตีนท่านผู้มีเกียรติรบกวนถามนิสนึง เพราะ
 
เอาส้นตีนมาช่วยคิด ยังคิดไม่ออกว่า พวกเรา
 
ไปพักกันทำหอกอะไร ณ ที่แห่งนั้น...
 
วันๆ เดินทางกันสี่ชม.ในรถเป็นอย่างต่ำ... ขอย้ำ
 
4 ชั่วโมง... ภาษาอังกฤษเรียก โฟร์อาวเออร์ส
 
นานสุด ก็นั่งในรถนานเจ็ดชม.
 
เอาอะไรที่เหี้ยกว่าส้นตีนมาคิดช่วยดิชั้นหน่อย
 
เถอะค่ะ... ว่าพวกเราทำกันแบบนั้นไปเพื่ออะไร
 
ทำไมไม่พัก ที่ไหน ที่มันใกล้ๆกะสถานที่ต่างๆ
 
ตั้งแต่แรก...
 
อีกเรื่องที่ไม่เข้าใจเรยยยยยยยยยยยยยเจงๆคือ
 
ทำไมต้องห้ามดิชั้นเรื่องรองเท้า... คู่นั้นไม่ดี
 
คู่นี้ห้าม... อ้างต่างๆนานา ว่า"เดี๋ยวฝนตก
 
ขี้หมูไหล คนจังไรจะมา พบกันนะลูก รองเท้า
 
ส้นสูงสีแดงคู่นั้นไม่เหมาะหรอก" คือ เอ่ออ...
 
วรนุชที่ไหนจะใส่รองเท้าส้นเข็มไปเดินย่าน
 
ดงแกะ ให้วัวภูเขามันมาไล่ขวิดเล่นจ๊า
 
ดิชั้นก็แค่อยากหารองเท้าผ้าใบที่แอบกิ๊บเก๋
 
เรย์ แมคโดนัลด์... นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้...
 
สรุปกูต้องซื้อรองเท้าเอาใจชาวบ้าน...ก็ไปได้คู่นี้มา
 
ทำเอาปวดขี้(แปลว่าเซ็งมาก)ไปหลายรอบ ว่าแล้ว
 
ก็แวะขี้ซะหน่อย
 
(เห็นกันป่ะจ้ะ... คือพยายามถ่ายอะไรกูก็ด้ะ แต่อย่า
ให้ติดรองเท้า)
 
ก่อนกลับว่าจะแอบเหยียบขี้วัวก่อนขึ้นรถให้
 
ท่านๆไล่ถอดแถบไม่ทันซะเลย
 
พูดแล้วมันของขึ้น... อย่าว่าเอาท่านมานินทา
 
ขอแค่จิกกัดเล่นๆ ขำๆ... นะจ้ะ...
 
ยังๆๆๆ ยังไม่พอ... เมื่อดิชั้นได้รองเท้าเดินป่า
 
มาแล้วก็คิดว่า เอาวะ งานนี้ต้องเดินกันเข่าหลุด
 
ไปข้าง ปรากฎ ที่เดินนานที่สุดคือ 30 นาที เรื่อง
 
ระยะทางอย่าไปนับให้มันขื่นใจ... เพราะท่านๆ
 
ต้องพักอัดควันกันทุกๆร้อยเมตร... คนไม่รู้อาจ
 
มาขูดหาหวย พันผ้าสามสีไปแล้ว เพราะควัน
 
มันโขมงโฉงเฉงเหมือนไปศาลให้หวย
 
เอาเป็นว่า ดิชั้นนั่งรถจนเป็นอีสุกอีใสเลยว่างั้น
 
 
 
เออ
 
 
 
อ่านกันไม่ผิดหรอก... ติดมาจากเด็กแนวคนนี้
 
 
Abigail Black eyed peas ชีบอกว่างี้... ทำไมต้อง
 
Black Eye ก็ดูตาชีดิ่... เด็กมันแนวก็เงี้ยะ... ทั้ง
 
ตาเขียว ทั้งตุ่มอีสุกอีใส ทั้งผมบ๊อบหยิกหน้าม้า
 
มันจี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
 
กว่าแม่มันหลายเท่าตัวนัก... จะเปรี้ยวยังไงให้
 
ทันลูก...
 
เปรี้ยวยังไงก็เปรี้ยวกันไปก่อนนะคะ วันนี้ดิชั้น
 
ขอกราบลาแต่เพียงเท้านี้ เนื่องจาก อีอุมป้า
 
ใกล้เวลาเลิกงาน ต้องไปเสแสร้งแกล้งเป็น
 
แม่บ้านทำงานบ้านก่อน... อิอิอิอิอิอิ
 
จุ๊บๆ ไปก่อนนะ เดี๋ยวว่างๆจะมาแปะรูปเพิ่ม
 
 
ผ่านมาอ่านแวะทักมั่งก็ได้นะคะ รักคนอ่านฟรีทุกท่านค่ะ
 
 
 
 
 
09 สิงหาคม

เวลาผ่านไป ไวเหมือนกลิ่นตด

มาแระค่า... หลังจากมาหลอกให้อยาก

แล้วจากไป คราวนี้ดิช้นมาจริงๆ

หลังจากที่วันๆเป็นแม่บ้าน ที่ไม่เอาอ่าว งานหลวง

ก็พลาด งานราษฎ์ก็พลั้งอย่างไม่มีที่ติแล้ว ดิชั้นก็

เอาเวลาไปอัพเดทข่าวหนังฮออลลีวู้ดของนาธาน

โอมาน อย่างกระช้นชิด เลยไม่ค่อยมีเวลามาอัพ

เท่าไหร่

ส่วนเรื่องงานตอนนี้แทบจะหลายเป็นฟูลทาร์มแล้ว

เหนื่อยมากค่ะ วันๆแทบไม่ได้พัก(แหม ก็ดันเอา

เวลาพักไปแซ่บหนุ่มๆในฟิตเนสซะหมด จะพักได้ไงค๊า)

(อ่อ เกือบลืม เฮียของอีโอ๋ โปรดทราบ... บางกอก

เครื่องบินชนหอบังคับฯเชคชื่อแล้วไม่มีชื่อโอ๋ แต่ยัง

ไม่หายห่วง อ่านแล้วช่วยให้โอ๋เมล์มาหาด้วยนะจ้ะ)

เอนี่เวย์... มีข่าวดีอีกหนึ่งข่าว ให้กับตัวดิชั้นเอง

อีกะหรี่ผีเผ่า จากเซ้าท์แอฟริกา กะลังจะกลับเผ่าซูลู

ของมันแล้ว ต่อไป ดิชั้นไปทำงานก็ไม่ต้องมาเจออีนี่

วิ่งวนโต๊ะ หิ้วหอกกะโล่ห์มาทำพิธีซูลู ซุย เสียงดัง

น่ารำคาญอีกต่อไป... เชอะ ดิชั้นไม่ลงขันซื้อของขวัญ

ให้มันหรอก... แล้วนี่ นี่... ขอเม้าท์... เค้ามาทำแปะ

โปสเตอร์ชวนคนไปปาร์ตี้เลี้ยงส่งรอบโรงแรม ปรากฎ

ว่ามีคนไปสามคน... คือ อีผีเผ่า, อีผีช่างผม และอีเด็ก

ครัวมั่วผัวชาวบ้าน... เชอะ... ดิชั้นว่าเมสเสจหากันเอง

สามคนจะง่ายกว่า... (ไฮไฟว์กะผู้อ่านค่ะ 555)

เอาเถอะ จะมาบอกว่า ระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านไปมันช่าง

ไปจริงๆนะคะ... ลูกแอ๊บบี้น้อยหอยสังห์ของดิชั้นจะสอง

ขวบวันที่ 22 สค. นี้แล้ว สวยจริงๆ

ตอนนี่แอ๊บบี้นั่งส้วมแล้ว เก่งมากลูก... แล้วก็ฟ้องเป็น

แล้วนะคะ... เวลาเพื่อนแกล้ง ก็วิ่งมาฟ้อง... ดิชั้นก็สอน

ลูกว่า "จะมาฟ้องทำไม ตบมันกลับเลยค่าคุณลูก คริคริ"

เรื่องพูด นี่ไม่ต้องให้สาธยาย ชีเถียงเป็นแล้ว... เพราะชี

เป็นสาวน้อยแล้ว... เรื่องกินข้าว ก็กินเองนานแล้ว ไม่ต้อง

มานั่งป้อนกันต่อไป... ตอนนี้ก็แค่ซักผ้า ช่วยแต่งตัวเฉยๆ

ปีหน้าชีคงย้ายออกได้แล้ว เพราะช่วยเหลือตัวเองได้หมด

แล้ว....แอร๊ยยยยยยยย

วันเกิดลูกน้อยนี้ ยังไม่ทราบจะซื้ออะไรให้ชี ถ้าถามว่า

"ลูกแอ๊บบี้ หนูอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดคะ"

ลูกแอ๊บบี้ตอบสั้นๆว่า "เทียน" ลูกดิชั้นมันเป็นเด็กแว๊นท์

ติสท์แตกไปแล้วหรอคะ... เด็กสองขวบติสท์แตกได้ไม๊

คะ... ในขณะที่เด็กคนอื่นๆอยากได้จักรยาน ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา

บาร์บี้ เคน (ธีรเดช แม่ก็อยากได้) เรือ เสื้อผ้า รองเท้า

แต่ลูกดิชั้น มันอยากได้ เทียน(ส์) แบบว่ามากกว่าหนึ่ง

เล่มนะคะ...

ขนาดเอาหนังสือแคตตาลอกของเล่นมากางให้ชีเอา

ปากกาวง ชีก็ยังยืนยันว่าจะเอาแค่เทียน...

ดิชั้นว่า เด็กสมัยนี้มันติสท์แตกเร็วไปรึเปล่า... ว่าแล้ว

ดิชั้นว่า ดิชั้นจะลองร่างจม.ถึงรายการรักลูกให้ถูกทาง

ก่อนดีกว่านะคะ...

(สตอเหมือนใครน๊า นึกไม่ออก)

(ป่ะล่ะ ปะล่ะ)

 

 

"สวัสดีค่ะ ดร. สายฤดี ดิชั้นเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง มีลูกสาว

อายุใกล้สองขวบแล้วค่ะ มีแววออกว่าจะเป็นศิลปิน เพราะ

ชีร้องเพลง Single Ladies ของคุณบียองได้ แถมยังร้อง

เพลง Poker Face ของเลดี้กากาได้อีก และล่าสุด ชีก็ร้อง

Sweet Dream ของบียอง และเพลงใหม่ของ Black eyed peas

ได้อีก...

ดิชั้นสนับสนุนให้ลูกเป็นอาร์ทติสอย่างเต็มที่ค่ะ แต่ไม่อยาก

ให้มันเกินกว่านั้น เพราะกลัวลูกเป็นเด็กติสท์แตก...

เรื่องใจแตก บอกตรงๆค่ะดอกเตอร์... ดิชั้นไม่กังวล...

เพราะผู้หญิงที่ผ่านวัยรุ่น จนมามีผัวแล้วเนี่ย ต้องผ่าน

ระยะใจแตกมาแล้ว... ไม่เชื่อดอกเตอร์ถามคุณผู้อ่านดิชั้นได้ค่า

แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นอยู่ที่ว่า... ลูกสาวดิชั้น

ออกแววติสท์แตก... โดยดิชั้นสังเกตุจากการตอบคำถาม

ที่ว่า "วันเกิดหนูอยากได้อะไรเป็นของขวัญคะ" ลูกสาว

ตอบเพียง "เทียน(ส์)" ขอถามค่ะ

1 ดิชั้นไม่อยากให้ลูกติสท์แตกก่อน วัยอันสมควร

หรือถ้าเป็นไปได้ ดิชั้นไม่อยากให้ลูกติสท์แตกเลย

ไม่ทราบดอกเตอร์มีวิธีการที่จะแนะนำให้ดิชั้นไปปฏิบัติ

ได้อย่างไรบ้างคะ

2 ถ้าลูกกลายเป็นคนติสท์แตกไปแล้ว จะมีวิธีแก้ไข

อย่างไรบ้างคะ

3 ดิชั้น ไม่ค่อยเข้าใจข้อความใดๆที่มาจากมนุษย์

ติสท์แตก ไม่ทราบว่า เค้าเอาหัวแม่ตีน หรืออะไรคิด

ออกมาสร้างสรรค์มั่ง ไม่สร้างสรรค์มั่ง เปรียบเปรย

กะอะไรก็ไม่ได้ จุดยืนมี แต่หลักการเลือนลาง เอาเด่น

เป็นติสท์แตก... อย่างนี้แล้ว... จะยังไงดีคะคุณดอกเตอร์

 

ด้วยความเคารพอย่างสูง

วิกขี้ คุณแม่มือไว ใจเร็ว เอวค่อด ปอดบวม หลวมตัว

ผัวเด็ก เอ๊กซ์แตก แจกทอง มองผู้ชาย อายคนล่ำ

ล้ำกว่าเพื่อน เกลื้อนจะแดก แลกมาม่า ตาสั้น อั้นฉี่"

(วันนี้ชื่อและนามสกุลดิชั้นยาวมาก)

 

อ่านร่างจม.นี้แล้วท่านผู้อ่านว่าไงคะ... ถ้าไม่ต้องเพิ่ม

เติมอะไรจะได้ส่งเลยละกัน

 

ไปก่อนนะคะ พาลูกไปหาซื้อเทียนก่อน

 

29 กรกฎาคม

กลุ่มตลาดของบลอกเถื่อนๆ

สวัสดีท่านผู้อ่านทั้งขาประจำ และขาจรนะคะ
 
วันนี้ ดิชั้นได้ข้อมูลท่านผู้อ่านจากสนง.สถิติ
 
แห่งจ๊าด(ง่าว)มากะเจ้า... จากการสำรวจ
 
ครั้งนี้ ดิชั้นขอนำมาแยกเป็นกลุ่มโดยแยกแบบ
 
Multi-Attribute Segmentation โดยแยกกลุ่ม
 
แบบรวมหลายทิศทาง เช่นอายุกะไลฟ์สไตล์
 
เพศกะพื้นที่ (เนียนไปเรื่อยเลยตรู)
 
 
เอาเถอะๆๆๆ
 
เลยอยากเอามาเปิดเผยให้ดูกันจะจะ... ดูสิว่า
 
คุณผู้อ่านที่รักอยู่กลุ่มไหนกันเอ่ย
 
กลุ่มแรก... เป็นกลุ่มใหญ่สุด ส่วนมากออนจาก
 
ร้านเนท หรือห้องเช่า ตั้งใจหารูปลามกจากกูเกิ้ล
 
ส่วนใหญ่ใช้คำว่า "อวัยวะเพศหญิง" แล้ว(โชคร้าย)
 
มาเจอบลอกดิชั้น ดิชั้นขอเรียกกลุ่มตลาดนี้ตามลักษณะ
 
การแบ่งกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดตามเพศและลักษณะ
 
นิสัยว่า... "กลุ่มน่าสมเพชหมกมุ่น ตายไปตกนรกหมกไหม้"
 
ฟังชื่อกลุ่ม ดูออกจะดุเดือด แต่ถ้าดิชั้นไม่ได้พวกเค้าเหล่า
 
นี้ ดิชั้นก็จะไม่มีวันที่คนมาเคาะอ่านบลอกมากมายอย่าง
 
เด็ดขาด... ดิชั้นจึงรู้สึกรักคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ที่ทำหน้าที่
 
เจ๊ดันได้อย่างยอดเยี่ยม
 
ลักษณะการใช้สินค้า (อ่านบลอก)ของพวกเค้าคือ เสริช
 
คำหยาบในกูเกิ้ล เจอบลอกอีนี่(ดิชั้นเอง)ทรามมาก...
 
ไหนดูสิ มีรูปโป๊เปลือยไม๊... แล้วก็
 
 
ผ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
 
 
 
 
เจอหน้าแบบนี้เข้าไป พวกเค้าก็แทบจะคลิกออก
 
จากบลอกไม่ทันเลยทีเดียว...
 
แต่วันรุ่งขึ้น... กลุ่มนี้ก็จะเข้ามาใหม่ เนื่องจาก
 
1. สมองเต็มไปด้วยขี้เลื่อย ผสมขี้ควาย จำไม่ได้
 
ว่าเคยเข้ามาแล้ว...ไม่มีรูปโป๊ มีแต่หนังหน้าอีนี่
 
2. ไม่เข็ด... ชอบของหลอนๆ... เหมือนได้ดูหนังผี
 
กลุ่มนี้ ไม่เคยอ่านบลอกดิชั้น แต่เข้ามาดูรูปเฉยๆ
 
เนื่องจากอ่านหนังสือไม่ออก... สะกดเป็นอยู่คำ
 
เดียวคือคำว่า หอหีบ สระอี...
 
เอาล่ะค่ะ รู้จักกลุ่มแรกกันไปแล้ว เราก็มาดูกลุ่มที่
 
สองนะคะ
 
กลุ่มที่สอง... กลุ่มนี้เล็กลงมาหน่อย... จะเป็นคนที่
 
รู้จักกับดิชั้นอยู่แล้ว... เห็นกันอยู่ในเอ็มเป็นประจำ
 
พอเห็นมีดอกกระพริบ วาบๆบนเอ็มก็จะเข้ามาอ่าน...
 
ขอเรียกกลุ่มนี้ว่า "เพื่อนตัวแม่ แชร์บลอกกัน"
 
พออ่านเสร็จ ก็เลิกคบ เลิกคุยกะดิชั้นไปโดยปริมณฑล
 
"ปริยาย!" (แหม่ ชงเองกินเองนี่มันอร่อยจริงๆ)
 
ดิชั้นไม่โทษอะไรกลุ่มนี้ค่ะ เพราะบลอกดิชั้นมันเถื่อน
 
คนที่ยังคบกันอยู่ก็พอมีบ้าง คนที่ยังคบกันอยู่ก็หน้าตา
 
เป็นแบบนี้
 
 
คริคริคริ ... หื่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
เอาล่ะ คนกลุ่มนี้ ก็ไม่ได้อารมณ์ว่าอยากอ่านมาก
 
มาย แต่พอว่างก็คลิ๊กไปงั้นๆแหละ
 
กลุ่มต่อมาดีกว่านะคะ... กล่มที่ 3 กลุ่มนี้เป็นชาว
 
ต่างชาติ... หลักๆเป็นตุรกี ตามมาด้วยฝรั่งเศส
 
จีน และสุดท้าย ปานามา... ถ้าใครที่อ่านมาเรื่อยๆ
 
จะเห็นว่า ระยะหลังมีขาเสือก มาตามตื้อ ให้พิมพ์
 
บลอกเป็นภาษาอังกฤษ... ดิชั้นขอตั้งชื่อกล่มนี้ว่า
 
"กลุ่มเสือกไม่เข้าเรื่อง"... ลักษณะการอ่านบลอก คง
 
ไม่ต้องอธิบายเพื่อนต่อความยาว สาวความยืด...
 
เพราะแม่งอ่านไม่ออกสักตัว ยังแอบอยากมาเสือก
 
 
ต่อๆๆๆดีกว่า เดี๋ยวไม่จบ...
 
 
กลุ่มต่อมา กลุ่มที่ 4 "กลุ่มผีไม่มีศาล วิญญาณไม่มีหลัก"
 
ชื่อก็บอกลักษณะ... กลุ่มนี้มาปรากฎอยู่ในสถิติ แต่
 
เราไม่สามารถ สัมผัส หรืออ่านฟีดแบ๊คใดๆจากพวกเค้า
 
ได้... คนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเดียวกะบุคคลที่ทำให้ร้านหนัง
 
สือดอกหญ้า หรือแม้กระทั่งห้องสมุดประชาชนเจ๊งไปแล้ว
 
หลายสาขา...
 
คนกลุ่มนี้... จะเข้ามาอย่างเงียบๆ ไม่ว่าจะเป็นเพราะกูเกิ้ล
 
พลาด แล้วมาโดนลิ้งค์บลอกดิชั้น หรือไม่ว่าจะเป็นเพราะ
 
คลิ๊กลิ้งบลอก มาจากบลอกคนอื่นต่อๆกันมาอีกที หรือแม้
 
กระทั่งคนที่พยายามค้นหาอัตชีวประวัติน้องหมอยของดิชั้น
 
อ่านเสร็จ... ขำเสร็จ... ก็จะปิดหน้าต่างไปโดยไม่มีเยื่อใย
 
ไม่มีการมาลงชื่อ... ไม่มีการมาทักทาย...
 
"ก็ในเมื่อบลอกมันฟรี... เราก็จะอ่านแม่งเรย... ดอกหญ้ามัน
 
เจ๊งไปแล้ว ก็มีบลอกอีนี่แหละ และก็บลอกใครหลายๆคนที่
 
ไม่ต้องใส่พาสเวิร์ด... ก็แอบอ่านมันซะเรย... อ่านเสร็จก็ไม่
 
ต้องไปมีมารยาทกะมันหรอกอีเนี่ย... เถื่อนซะขนาดนี้..."
 
นี่คือ Testimony ของลูกค้ากลุ่มนี้... ดิชั้นได้มาจากการ
 
นั่งทางใน เพ่งกระแสจิต... ซึ่งน่าเชื่อถือมากๆ...
 
เอาล่ะ... แบ่งได้มาและ ว่ามีกลุ่มตลาดอยู่สี่กลุ่ม... ยังไม่ได้
 
ตัดสินใจเลยค่ะ ว่าจะเจาะกลุ่มไหนเป็นพิเศษ... แต่ยังไงก็
 
ขอขอบคุณทุกกลุ่มนะคะ...
 
รายงานสถิติแห่งจ๊าดง่าวนี้ จริงๆมันอยู่หลังบลอกดิชั้นนี่เอง
 
ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล... เรื่อง Reliability ของข้อมูลต้อง
 
ไปถามเอาจาก msn live นะคะ เพราะเค้าทำตัววัดนี้ขึ้นมา
 
ดิชั้นไม่มีส่วนได้ ส่วนเสีย(ตัว)อะไรกะเค้า
 
ไปดีกว่า เมาน้ำลาย...พิมพ์ไปพิมพ์มาชักเลอะเทอะ...
 
 
 
 
 
24 กรกฎาคม

เมื่อชนชั้นขับจากัวร์ ต้องมาขายบริการ

เมื่อวันจันทร์ ดิชั้นก็ไปทำธุระมาแล้วเรียบร้อย
 
ณ. กงสุลไทย ประจำเมืองฮัลล์...
 
ท่านกงสุลมิได้เป็นคนไทยหัวดำ ตาดำแต่ประการใด
 
แต่ท่านเป็นฝรั่งหัวทอง ตาน้ำข้าวของแท้
 
สืบเนื่องจากบลอกที่แล้ว ที่ดิชั้นแร้นท์ไปซะเยอะ มา
 
บลอกนี้ต้องขอกราบอภัยที่ให้ข้อมูลผิดเรื่องค่าธรรม
 
เนียม...
 
ท่านกงสุลคิดเงินลายเซ็นต์ละ 28 ปอนด์ บวกค่า
 
คิดเลข 10ปอนด์.... ดิชั้นเรียกว่าค่าคิดเลข เพราะ
 
ไม่ทราบจะเรียกว่าค่าอะไร ในเมื่อ 28 ปอนด์ก็น่า
 
จะเป็นค่าธรรมเนียม
 
มีสองลายเซ็นต์ ก็โดนไป 66 ปอนด์ เรื่องใบเสร็จ
 
อย่าหวังว่าชาตินี้ จะได้เห็น...
 
 
 
 
ป่ะล่ะ.... เกรียนป่ะล่ะ...
 
 
 
ท่างกงสุลคงไม่ทราบว่า ในขณะที่พวกเรา คนหาเช้า
 
กินค่ำนั้นต้องทำงานทั้งวัน กว่าจะได้เงิน 60ปอนด์มา
 
จ่ายให้ท่านขับจากัวร์xk สปอร์ต เบาะหนังสีเบจ ได้นั้น
 
มันลำบากแค่ไหน
 
 
คันนี้เลย ทีท่านกงสุลขับ แถมทะเบียนเป็นแบบพิเศษด้วย
 
.
.
.
 
บ่นไปก็เหนื่อยเปล่าๆ ไม่รู้จะมาบ่นทำหอกอะไร...
 
เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออออ
ออออออออออออออออออออออออออออออออ
 
อยากถอนหายใจยาวๆไปถึงเมืองไทย
 
ดิชั้นรึก็... ปัญญาซื้อรถยังไม่มีเลย...
 
ทำงานกว่าจะได้หก เจ็ดสิบปอนด์ นี่หลังขด หลังแข็ง
 
ไม่มีหรอก มาหงึกๆหงักๆสองนาทีแล้วมีเงินเข้ากระเป๋า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไปดีกว่า ขี้เกียจบ่น
 
 
 
 
16 กรกฎาคม

นี่มันค่าทำเนียน หรือมันค่าธรรมเนียม

มาบ่นอีกและค่า... (ก็บ่นมันทุกบลอกแหละอีเนี่ย)
 
 
มาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเล่าอะไรให้ฟังหน่อย
 
พอดีดิชั้นต้องเซ็นต์เอกสาร จากธนาคารที่เมืองไทย
 
แล้วเค้าขอให้ ดิชั้นไปเซ็นต์ ต่อหน้าเจ้าพนักงาน
 
กงสุลไทย แล้วให้เค้ารับรองลายเซ้นต์ว่าเป็น
 
ของดิชั้นจริงๆ....
 
เอกสารของดิชั้น มีทั้งหมด ประมาณ 30 หน้า
 
สิ่งที่เจ้าหน้าที่กงสุลต้องทำ...
 
ถ้าเดาไม่ผิด... ก็น่าจะเป็น
 
1. นั่ง
 
2. มอง
 
3. ปั๊มตรา
 
4. เซ็นต์รับรอง
 
สี่ขั้นตอนนี้ ทางกงสุลขอคิดค่าบริการลายเซ้นต์ละ
 
38 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยราวๆ 2000 บาท
 
ถ้าเอกสารมีกว่า 30 หน้าก็คูณเข้าไปนะคะ
 
 
สี่ขั้นตอน... ที่โหดหินมาก รับรองว่า คุณๆผู้อ่านทั้งหลาย
 
ทำไม่ได้แน่ๆ... เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
 
1. หน้าเลือดไม่พอ เท่ากับหน่วยงานของรัฐ
 
 
 
เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
 
2. ไม่ได้เกิดมาเพื่อเอาเปรียบใคร ถือตนเป็นรัฐผูกขาด
 
โมโนโพลี ในเมื่อใครหน้าไหนทำหน้าที่ไม่ได้ เราก็คิด
 
ค่าบริการให้คนเค้ามาด่าลับหลัง แช่งกันไปถึงโคตรเลย
 
ดีกว่า
 
 
 
เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
 
3. ไม่ได้หนังหนากว่ากะหรี่แถบอัมสเตอร์ดัม ที่
 
ยืนขายบริการกันหรา โชว์หน้า โชว์กาย แต่อย่าง
 
น้อย เธอเหล่านั้นคิดค่าบริการอย่างสมน้ำสมเนื้อ
 
 
 
เพราะคนธรรมดาอย่างเราๆ
 
4. ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขาตาบอด
 
ถ้าโดนขอร้องให้รับรองลายเซ็นต์คนอื่นแค่นี้ คงไม่คิด
 
เงินหรอก ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยนี่
 
 
 
ดิชั้นคิดว่า เมื่อไปขอใช้บริการ มีการจ่ายค่าธรรมเนียม
 
นั้นเป็นเรื่องปกติมากๆ ยังคิดเลยว่า น่าจะอยู่ที่ 30-40
 
ปอนด์ต่อเอกสารหนึ่งชุด... แต่นี่ ลายเซ็นต์ละ 38 ปอนด์
 
กระหรี่ที่ไหนยังไม่คิดค่าบริการเหี้ยขนาดนี้เลย...
 
เอาล่ะ เป็นที่เข้าใจได้ว่า หากคิดค่าบริการ 38 ปอนด์ต่อชุด
 
ก็อาจมีพวกที่มากันชุดละห้าร้อยหน้า ก็อาจจะทำให้พวกคุณๆ
 
ทั้งหลายเสียเวลาไปหลับนอน เป็นหนอนไชบ้านเมือง เดี๋ยว
 
จะไม่มีเวลาไปกินเป็ดโฟร์ซีซั่น ไปทำงามหน้าตามประสา
 
ตัวแทนประเทศ
 
ก็อาจจะคิดค่าบริการไปเช่น 1-10 ลายเซ็นต์ 20 ปอนด์
 
เกิน 10 แต่ไม่เกิน 20 จ่ายเพิ่ม 10 ปอนด์
 
ลายเซ็นต์ต่อไปมากกว่า 20 ... 10 ลายเซ็นต์ละ 5 ปอนด์
 
ก็ว่ากันไป....
 
แต่ด้วยความที่ อยากโชว์ว่าตรงไปตรงมาไง ก็เลยคิด
 
มันลายเซ็นต์ละ ราคาเดียวไปเลยง่ายดี
 
อย่างว่า ฉลาดแกมโกง ปัญญาอ่อนเลข ไม่มีจรรยาบรรณ
 
มันก็สมกับคำว่าระบบข้าราชการไทยดี 
 
ถึงคำกล่าวข้างบน "ดิชั้นติงระบบ ไม่ได้ติงคนทำงานตาม
 
ระบบ เพราะเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่ว่า พวกคุณทำงานให้เค้า
 
ไปตามที่ถูกกำหนดมา พวกคุณเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้"
 
รมณ์เสียอ่ะ...
 
 
ดิชั้นเข้าใจว่า กงศุลนั้นอาจมีรายจ่ายเยอะ ยิ่งอยู่ในประเทศ
 
ที่ค่าครองชีพสูงอย่างในประเทศอังกฤษนี้นะคะ
 
แต่ก็ควรทำงานซื่อตรง คิดค่าบริการอย่างสมน้ำสมเนื้อ
 
หากว่าเอกสารเหล่านี้ ต้องไปตกอยู่กะหน่วยต่างชาติ
 
หน่วยอื่นอีกทีเพื่อการพิจารณา แล้วการเดินเรื่อง จะต้อง
 
ก่อให้เกิดค่าใช่จ่ายอื่นๆตามมาทีหลัง แล้วมาชาร์จกัน
 
แพงๆ ก็คงเป็นที่เข้าใจ(พอ)ได้
 
แต่นี่มันคือ จุดเดียวจบแล้วไง ต่อให้เอาส้นตีนมาช่วยคิด
 
ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่า การรับรองเอกสาร มันทำให้เกิด
 
การสูญเสียทรัพยากรส่วนไหนของกงสุล
 
ดิชั้นเข้าใจว่า กงสุลไทย นั้นได้งบประมาณจากกระทรวง
 
ต่างประเทศรับรองค่าใช้จ่ายเงินเดือน ค่าที่พัก ค่าสถานที่
 
น้ำไฟ โทรศัพท์อื่นๆอีกจิปาถะ ไหนจะได้สปอนเซอร์เอกชน
 
เวลาจัดงานต่างๆทั้งหลายแหล่ แล้วการคิดค่าบริการแบบนี้
 
มันจะลงที่ใครหรอคะ...
 
ถ้ามันได้ไปลงกระปุก ไว้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนคนไทย ที่ไป
 
ตกทุกข์ได้ยากอยู่ ก็จะไม่เสียดายเงินหรอกค่ะ
 
แต่เคยอ่านข่าวกันมาไม๊คะ ว่า กงสุลไทยในจีนเนี่ย ปฏิเสธ
 
การส่งศพนร.ไทยที่ไปโดนแทงตายกลับไทย อ้างว่าไม่มีงบ
 
จากหนึ่งกงสุล(แม้จะคนละประเทศ)มันก็สามารถบ่งบอก
 
หรือให้ภาพลักษณ์ได้ดีเช่นกัน
 
ไม่อยากจะเปลืองน้ำลาย น้ำมือ นั่งพิมพ์ยิกๆๆๆด่าใคร
 
ให้เปลืองสมองหรอกค่ะ เอากันไปขบคิดง่ายๆว่า เงิน
 
เข้าเงินออก มันโปร่งใส แค่ไหน แค่รายงานปีงบประมาณ
 
มันยังไม่เอาออกมาบานให้ชาวบ้านดูเล้ยยยยยยยยยยย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ดิชั้นอยากต๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
เงินซื้อของฟุ่มเฟือยดิชั้นเองแท้ๆ
 
   
13 กรกฎาคม

วันเกิด เถิดเทิง

 
ใครๆคงคิดใช่มั๊ยคะ ว่าดิชั้นคงได้ไปเสวยสุขวันเกิด
 
มีน้องอุมป้ามานั่งบำรุง บำเรอให้ความสุข ของขวัญ
 
กองโตเท่าภูเขา จัดงานฉลอง ได้แต่งตัวสวยงาม
 
คนมารุมอวยพร เป่าเค้กช้อกโกแลตธอร์นตั้นปักเทียน
 
27อัน ลูกแอ๊บบี้ร้องเล่นเต้นรำหัวเราะสนุกสนาน
 
ได้ของขวัญเป็นของมีค่าจากน้องอุมป้า เปิดแชมเปญ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตลกและ
 
ใครคิดได้อย่างงั้นก็ตลกและ
 
ชนชั้นคนขายแรงงานอย่างดิชั้นจะไปมี
 
ปัญญาทำเรื่องอะไรพรรค์นั้นได้คะ
 
จะทำบุญวันเกิดยังไม่มีปัญญาไปวัดเลย
 
จึงต้องอาศัยเข้าซุปเปอร์ เอาเหรียญปอนด์
 
พนมมือสาธุอยู่ข้างกล่องบริจาค ปอนด์เดียว
 
ยืนอธิษฐานอยู่ห้านาที ฝรั่งแคชเชียร์มองแล้ว
 
มองอีก กะหรี่ ไม่มีปัญญาทำบุญเหมือนชาวบ้าน
 
เค้าล่ะสิ ริจะนินทา เดี๋ยวแม่เขียนจม.คอมเพลน
 
.
.
.
 
เอาเถอะ... จะบอกว่า วันเกิดดิชั้น มันสั่วมาก
 
อยากจะหนีไปขี้ หลายๆรอบ
 
ตื่นมาลูกก็งอแง บ้านก็รก ของขวัญจากอีอุมป้า
 
ก็ไม่มี แถมมันให้แม่ไปซื้อการ์ดให้อีก
 
เกรียนได้อีกป่ะล่ะ... อยากจะเสยตูดให้รู้สำนึก
 
มันสัญญาว่าจะให้ตังค์ไปซื้อเครื่องสำอางค์
 
เดี๋ยวจะรอดูสิ ว่าถึงวันจะไปจริงๆ มันจะให้มั๊ย
 
ส่วนของขวัญวันเกิดจากคนอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรมาก
 
มีจากพ่อแม่ปั๋ว น้องปั๋ว และ ยายปั๋ว
 
ก็เป็นกระเป๋าสะพายข้างสไตล์วินเทจ(ของแท้)
 
ย้อนยุคซะจนดิชั้นอยากแกล้งทำหายมั่กๆ
 
พร้อมกะกระเป๋าตังค์สวยหรู รับรองถือสองใบนี้
 
ไปไหนมาไหน คนต้องทักว่า สด...
 
แต่ขอย้ำอีกที ว่าดิชั้นอยากแกล้งทำหาย
 
อีเพื่อนฝรั่ง อดสงสารไม่ได้เลยมาช่วยคิดโมดิฟาย
 
บรรจงบรรเจิดมาก... จนดิชั้น อดปากพล่อยออก
 
ไปไม่ได้ว่า "กูว่า ทำหายแล้วซื้อใหม่ ยังจะเปลือง
 
น้อยกว่า"
 
นอกนั้นก็เป็นของที่ดิชั้นไม่เคยอยากได้ แต่ได้มาแล้ว
 
ก็ดีใจ(กะแม่ผัวด้วย ที่ในที่สุด หาที่กำจัดของเหล่านี้ได้แล้ว)
 
สาดดดดดดดดดด เอาเป็นว่า เรื่องนั้นตกไป สรุปว่า
 
ของขวัญที่ดีที่สุดคือ จากคุณยายปั๋ว เป็นเงิน 20 ปอนด์
 
อ๊ะ ถูก....
 
ดิชั้นหน้าเงินค่ะ...
 
...
...
...
 
เกิดเป็นผู้หญิงหน้าเงินผิดตรงไหนคะ...
 
ถึงจะหน้าเงิน แต่ก็ไม่ได้บอกว่าซื้อได้นะคะ...
 
เช่าได้อย่างเดียว... ป๊าดดดดดดดดดดดด
 
เอาเถอะค่ะ... มาต่อกันเรื่องงานฉลองหรือ
 
ที่เราเรียกกันอย่างเคยปากว่าปาร์ตี้นี่เอง
 
ดิชั้นก็ไม่มีกะเค้าค่ะ... เนื่องจากว่าต้องไปทำงาน
 
พอไปถึงที่ทำงาน... ด้วยความที่ว่าคนมันจะซวย
 
เนื่องในวันเกิด... ก็เลยเจอกะอีกะหรี่ผีเผ่า ชนกับ
 
อีกะหรี่ผีช่างผมเก่ายกทีมกันมา
 
ดิชั้นผ่านวันแย่ๆมาทั้งวัน นึกใจในว่า ถ้ามึงมา
 
เกรียนกะอีวิกขี้ แม่จะสับสวิตซ์น้ำไฟ แล้วจุด
 
ประทัดในโรงแรมฉลองวันเกิด ให้มันรับโทสับ
 
แขกคอมเพลนให้หูชากันไปข้างแน่นอน
 
แต่สรุปคือ ผู้จัดการหน้าเนียน (คือหล่อนขี้เกียจ
 
ชอบทำหน้าเนียนไปนู่นนี่ สุดท้ายไปเจอยืนดูด
 
บุหรี่อยู่หลังโรงแรมทุกครั้งไป)
 
เป็นห่วงดิชั้น เลยมาถามว่าไปทำไรมาจ๊ะวิกขี้
 
หน้าถึงได้ส้นตีนมาทำงานเลยทีเดียว
 
ได้ที ดิชั้นจึงบีบน้ำตา ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ
 
ให้ผจก.ฟังว่า "ชีวิตหนูมันก็ยุ่งอย่างกับยุงตีกัน
 
วันเกิดทั้งทีต้องมานั่งรีดผ้า ข้าวปลาไม่ได้กิน
 
วันเกิดมีปีละครั้ง แทนที่จะได้หยุดอยู่บ้านก็ต้อง
 
มาทำงาน เพราะผัวไม่ให้ตังค์ใช้
 
มีพ่อต้องส่งเสีย มีค่าเทอมต้องส่งให้น้อง ถ้า
 
เดือนนี้เงินขาด คงต้องไปยืนใต้ต้นคริสมาสต์
 
เป็นเพื่อนชะนีรัสเซีย, สโลวาเกีย แล้วทำหน้าที่
 
เป็นล่ามให้ชะนีไทยอาชีพไม่สุจริต กะฝรั่งบ้ากาม
 
ชั้นอายุ 27แล้วนะคะ ผู้จัดการ จะให้ไปค้าเองก็ไม่
 
สะดวก มีรายได้ทางลัดอยู่แค่นี้ เงินจะซื้อเค้กวันเกิด
 
กินยังไม่มีปัญญา... ไหนกิ๊กเด็กมหาลัยจะอยากได้
 
I-phone ไหนรองเท้ารักบี้ของน้องชายต่างสายเลือด
 
ต่างตระกูลก็ขาดอีก..." ด้วยความสงสาร
 
ผจก.หน้าเนียนจึงไปสมทบพรรคพวกในโรงแรม
 
ให้เชฟทำเค้กมาเซอร์ไพรซ์ แถมมีดอกไม้ช่อใหญ่
 
มาอีก ตามด้วยให้กลับบ้านเร็วกว่าใครเพื่อน
 
ดิชั้นจึงถือโอกาสทำหน้านางงามตอนได้มงกุฎ จังซี่
 
 
 
เพราะโอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยนะคะ
 
อีกะหรี่ผีฯทั้งสองตน พอเห็นเค้กก็เข้ามาผูกมิตร
 
กะดิชั้นทันที ดิชั้นเห็นมันซุยไป น้ำลายไหลไป
 
แล้วตาก็มองแต่เค้ก อารมณ์เดียวกะคุณผู้อ่าน
 
เวลาเห็นผู้ชายหน้าตาน่ากิน หุ่นล่ำๆถอดเสื้อ 
 
ดิชั้นจึงตัดเค้ก แบ่งให้หนึ่งชิ้น ก่อนแกล้งทำ
 
ตกพื้นแล้วเอามา ใส่จานให้ใหม่ (พูดเล่นไม่ได้
 
ทำหรอก ถุยน้ำลายเฉยๆค่ะ)
 
ไปดีกว่า มีแค่นี้แหละ
 
 
ปล. เมื่อวาน เขียนไปเขียนมา แล้วโทสับเข้าอ่ะค่ะ
 
ไม่ได้จงใจจะจบไปดื้อๆแบบนั้นหรอก
 
เข้ามาขอบคุณเจ๊หวีที่เป็นห่วงเป็นใย
 
ขอบคุณพี่อ้อที่เข้ามาอวยพรวันเกิด แล้วก็พี่นกด้วยค่า
 
ขอบคุณท่านผู้อ่านน้อยนิดหนึ่งหยิบมือที่เข้ามาอ่านนะคะ
 
อ่านฟรีแล้วก็อย่าลืมบอกต่อ เป็นจม. ลูกโซ่
 
ไปก่อนนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
06 กรกฎาคม

Happy Birthday to me

วันนี้วันที่ 6 ก.ค. วันเกิดดิชั้นเองค่า
 
สุขสันต์วันเกิดนะจ้ะตัวเอง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไปและ  มาแบบสั้นๆ
03 กรกฎาคม

บลอกถอดยศว่าที่ แสดงความเห็นใจสามี

บลอกนี้ไม่ตลกนะคะ ถ้าอยากจะออกก่อนอ่านจบก็เชิญ
 
เมื่อวานซืน คนที่เข้ารอบสุดท้ายรอบเดียวกะคริสโทรมา
 
บอกคริสว่าเค้าตก Vetting Check (ซึ่งเหมือนกับเช็ค
 
แบคกราวน์ชีวิต แต่ลงลึกไปถึงพ่อแม่ลูกเมียญาติพี่น้อง)
 
พวกเราก็ยังคิดว่า คริสไม่น่าจะเป็นไร เพราะก็ไม่มีประวัติ
 
ไม่ดีอะไรในครอบครัว แต่เมื่อวาน เค้าโทรมาบอกคริส
 
ว่า คริสตกเช็คอันนี้
 
ทุกคนในครอบครัวอึ้งมาก เพราะไม่รู้สาเหตุว่ามาจากที่
 
อะไร ตอนนี้สับสนไปหมด
 
คริสมีโอกาสถาม แต่ก็อาจจะไม่ได้คำตอบตรงๆ
 
คริสมีโอกาส ยื่นอุทธรณ์ แต่โอกาสจะถูกพิจารณามีแค่
 
1% เท่านั้น
 
เมื่อคืนมันก็ซึมเลย ทุกคนก็เหมือนกัน
 
ตอนนี้สงสารคริสมาก ทุกๆอย่างที่ทำมา ทำดีที่สุดแล้ว
 
รอมาสามปี จากคน 5000กว่าคน เหลือไม่ถึง 40 คน
 
ไม่รู้ทำบาปกรรมไรมา แต่ดิชั้นก้บอกสามีว่า
 
"you know I love you whatever you are and you
 
know so does everybody..."
 
เมื่อคืน ดิชั้นก็วนเวียนคิดอยู่แต่เรื่องนี้ทั้งคืน ลืมไม่ลง
 
ทำงานเหมือนคนซังกะตาย เป็นห่วงคริส
 
คือ ขนาดตัวดิชั้นเอง ยังรู้สึกเสียใจ ขนาดนี้เลย
 
สำหรับคริส คงต้องเป็นหลายเท่าแน่ๆ
 
เพราะถ้าไม่ผ่าน Vetting ก็เหมือนกะโดนแบนตลอดชีพ
 
ทั้งๆที่ผ่านทุกขั้นตอนหินๆมาแล้วนะ
 
 
 
 
 
เอาเถอะ ถือว่าทำบุญมาไม่พอ เอาไว้ชาตินี้จะจำไว้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จบแบบเศร้าๆ
 
(อยากเกิดเป็นแอ๊บบี้ ไม่เห็นต้องห่วงเลย
 
ยังเต้นอยู่เนี่ย)
 
 
 
 
 
26 มิถุนายน

ขอไว้อาลัยไม่เคิล แจ๊คสัน

ดิชั้นใจหาย เสียดายตำนานเพลงคนนี้มาก
 
แล้วก็ไม่เชื่อคำครหาเรื่องละเมิดฯเด็กด้วย
 
แอบสงสารชีวิตเค้านะ ร้องเพลงให้ความสุขกะคน
 
แต่ตัวเองหาความสุขไม่เจอ
 
 
ส่วนตัวไม่ได้เป้น big fan ชื่นชอบผลงานเพลงเค้ามาก
 
ไปสู่สุคตินะคะ จะขอจำตำนานเพลงคนนี้ไว้เสมอค่ะ
19 มิถุนายน

ว่าที่เมียตำรวจ หรือเมียว่าที่ตำรวจ

ตามหัวเรื่องเลยค่ะ
 
ไม่รู้จะเรียกยังไงให้ถูกเหมือนกันนะคะ
 
วันนี้ขออนุญาตมาส่งข่าวทั่วๆไปให้ทราบนะคะ
 
ว่าอีผัวอุมป้าฯ ฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนาม หลายสิ่ง
 
จนมาถึงวันนี้ จะได้เป็นตำรวจสมใจซักที
 
สำหรับคนที่ยังไม่ทราบว่า อีอุมป้าฯ มันเป็นใครทำ
 
อะไร มาจากไหน ดิชั้นก็ขอฝากเนื้อ ฝากตัวน้องเค้า
 
ไว้ในอ้อมออกด้วยละกันนะคะ
 
อันว่า ผัวดิชั้นนี้... ตอนนี้ทำงานโรงงาน อยู่ที่โรงงาน
 
ทำประตู หน้าต่าง หน้าที่ ก็เดินเครื่องจักร ตกแต่ง
 
ประตูหน้าต่าง (ถือว่าเป็นงานฝีมือมิใช่น้อย)
 
วันดี คืนดี เค้าก็ใช้ให้ออกไปติดตั้งประตู หน้าต่าง
 
กลับมาบ้านที นึกว่าไปตกหลุมขี้ที่ไหนมา
 
เพราะ อย่างที่ทราบ งานใช้แรงงาน อยู่กะไม้ เลื่อย
 
จิปาถะ มันก็ต้องสกปรกเป็นธรรมดา
 
น้องอุมป้าฯผัวรักดิชั้น เค้าเรียนจบปริญญาตรี
 
ไม่ใช่ขี้หมู ขี้หมานะจ้ะ... จบพิสูจน์พิษวิทยา
 
มาเรยทีเดียว อ่ะ งงล่ะสิ...
 
มันคือ Forensic Sciene แบบที่ ไปเก็บหลักฐาน
 
แล้วเอาตรวจที่แลป แจป เพ็ญเพชร
 
ที่น้องเค้าผันตัวมาทำงานโรงงานก็ด้วยเหตุผล
 
สั่วๆ สอง สามประการ...ดังนี้
 
1. ขี้เกียจทำงานในแลป น่าเบื่อ ไม่อยากใส่สูท
 
นั่งปั้นหน้า 
 
2. อยากทำงานกะเพื่อนเกินบาททั้งหลายแหล่
 
พูดอะไร ไม่ต้องระวัง ด่าได้ ว่างั้น
 
3. มีพ่อคุ้มกะลาหัว อยากหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ ได้โอที
 
ได้เงินเดือนเยอะกว่าคนอื่น ใครด่าฟ้องพ่อ
 
เอาเถอะ อย่าไปว่าน้องเค้ามาก อายุ 25 แต่จิตใจ
 
เป็นเด็ก 7 ขวบ ส่วนสมองนี่ ... ไม่รู้ว่ะ...
 
เอาล่ะ มาเรื่องตำรวจต่อ...
 
ตำรวจที่นี่กว่าจะเข้าได้นี่ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ
 
แต่เค้าให้สมัครได้จนแก่ (54ปี) แล้วก็มีคนได้จริงๆนะ
 
คนทำงานส่วนออฟฟิศของสถานี ไม่ได้นับเป็นตำรวจ
 
เรื่องเงินเดือน สวัสดิการ ทั้งหลายแหล่ รับรองดีมาก
 
เมืองไทยเทียบไม่ติด
 
เวลารับสมัคร ก็ไม่ได้รับกันทั่วประเทศ แต่รับเป็น
 
County ไป... County ที่น้องเค้าสมัครนี่ก็รับยาก
 
เพราะ... ไม่ค่อยมีอาชญากรรม... เลยไม่ค่อยมี
 
ตำรวจ...
 
ที่กว่าจะได้สัมภาษณ์ นี่ก็รอมาแล้วสามปี
 
 
 
สรุป ดิชั้นว่าเค้าให้เพราะสงสาร แม่งรอมานาน
 
555
 
เอาเถอะ ยังไงน้องเค้าก็จะได้เป็นตำรวจแล้ว
 
เดี๋ยวคุณผู้อ่านกะดิชั้นมานั่งเล่นไพ่กันดีกว่า
 
ส่วนอีน้อย อีโน๊ตไม่ต้องไปหาซ่องและ มาอยู่
 
กะเจ๊ จะได้ไม่ต้องไปวิ่งล่กๆแถวสวนลุมฯ
 
เวลาตำรวจมา วิกเวิ่กหลุดหมด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไปก่อนนะฮะ จะไปดูร้านอาหารไทยในพื้นที่
 
ไว้ให้ผัวไปเก็บค่าคุ้มครอง 555555555555
 
 
05 มิถุนายน

แถลงการณ์สุขล้น จนแทบฟิน

ดิชั้น ขอจดจำวันนี้ไว้ เป็น Memorial Day ของชีวิต
 
วันที่ระลึกได้ว่า ความสุขหาได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องดิ้นรน
 
จำไว้นะคะ ทุกคน... เลิกอยาก แล้วจะมีความสุข...
 
ขอยอมรับตรงเลยว่า ตลอดทุกวินาที ที่ดิชั้นยังหายใจอยู่
 
กิชั้นมีความอยากทุกช่วงขณะ
 
อยากได้ชุดสวยๆใส่ อยากได้เครื่องสำอางค์แมค อยากแดก
 
ส้มตำ อยากรำมวยจีน อยากปีนต้นงิ้ว อยากกริ้วอีอุมป้า
 
อยากกล้าในที่รโหฐาน อยากไปงานมอร์เตอร์โชว์ อยาก
 
เห็นจิงโจ้ที่ออสเตรเลีย อยากเป็นเมียท่านสุลต่าน
 
แต่.... พอมีเวลาได้หยุดความอยาก...
 
เช่น ณ เวลานี้....
 
ดิชั้นจึงรู้สึกสุขจนเปี่ยมล้น จนแทบจะฟินเลยทีเดียว
 
และก็รู้สึกว่าเก้บความสุขนี้ไว้คนเดียวไม่ไหว ต้องเอามัน
 
ออกมาแบ่งปันกะทุกๆคน
 
ดิชั้นไม่เคยคิดว่า การได้นั่งจิบชาถูกๆ หน้าคอมพิวเตอร์เก่าๆ
 
ที่บ้านหลังเล็กๆนั้น มันจะทำให้เกิดความสุขได้มากขนาดนี้
 
 
ขอออกตัวก่อนว่า ดิชั้นไม่ได้มาจากพื้นฐานชีวิตอันเลิศหรู
 
หูฉลาม ครบองค์ประกอบแต่อย่างใด
 
เบื้องลึก เบื้องหลัง ดิชั้นไม่ขอ นำมาเล่า แต่บอกได้อยากเดียว
 
เรื่องทุกข์ใจมีให้ขบคิดเสมอค่ะ ไม่อยากเอาไปเล่าให้ดูว่าชีวิต
 
มันบัดซบน่าสมเพชกว่าของคนอื่น เข้าใจว่า ต่างคน ต่างทุกข์
 
ในแบบต่างๆกันไป เอาเป็นว่า ถ้ามีสักนาที อยากให้คุณหาสิ่ง
 
ที่ตัวเองชอบทำ แล้วนั่งอยู่กะตัวเองเงียบๆสักสิบนาทีก็พอ
 
ถ้าชอบดูดบุหรี่ก็จุดเลยค่ะ
 
ถ้าชอบกินกาแฟ ก็ชงเลยค่ะ
 
ถ้าชอบอ่านหนังสือ ก็หยิบมันขึ้นมาเลยค่ะ
 
ถ้าชอบปลูกพืชผัก ก็หยิบจอบขึ้นมาเลยค่ะ
 
ถ้าชอบกินเหล้าก็รินเลยค่ะ
 
ถ้าชอบแต่งหญิง ก็ใส่วิกเลยค่ะ
 
เอาล่ะ พร้อมแล้วใช่มั๊ยคะ... พร้อมแล้วก็เอาเลย...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เป็นไงคะ... บุหรี่ตัวนั้น กาแฟถ้วยนั้น หนังสือเล่มนั้น
 
ดอกไม้ดอกนั้น ฯลฯ และวิกอันนั้น
 
ชีวิตไม่รู้จะสั้นรึยาวนะคะ คนที่เป็นทุกข์เพราะอยากนั่นนี่
 
ห่วงนี่ ห่วงนั่น ให้เวลาตัวเองได้หยุดอยาก รึหยุดห่วง
 
วันละสิบนาที จะได้ค่อยๆเรียนรู้นะคะว่า อยากไปก็ทุกข์
 
เปล่าๆ ทำชีวิตอันไม่รู้ว่าจะสั้น รึยาวให้มีความสุขจากคำว่า
 
พอ ดีกว่า...
 
ดีแค่ไหนแล้วที่ขณะนี้ยังมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบ แม้จะเป็น
 
สิ่งที่เล็กน้อยมากก็ตาม คิดไปถึงคนที่แย่กว่าเรานะคะ
 
เช่น... อีกระหรี่ผีเผ่า ที่ห่วงแต่แดก ห่วงแต่ซุย จนไม่มีเวลา
 
หยุดใช้สมองอันน้อยนิด คิดจะทำให้คนชอบ
 
อีหน้าเหลี่ยม ที่ห่วงแต่เงิน กะการพูดปด จนขณะนี้ยังไม่
 
สามารถเข้าบ้านตัวเอง เป็นผีเร่ร่อน
 
อีปารีส ฮิลตัน ที่อยากดัง อยากมีผัว จนขณะนี้ยังหาเป็นตัว
 
ตนไม่ได้ ต้องปาร์ตี้ไปเรื่อยๆ (ผัวที่เป็นนักกีฬาคนนี้ คบไม่นาน
 
แน่นอน ฟันธง)
 
เอาเป็นว่า
 
วันนี้ดิชั้น ดื่มชาถ้วยนี้หมดก็พอแล้วค่ะ
 
 
 
เพราะแดกมาเป็นถ้วยที่สิบแล้ว
 
 
ไปดีกว่า ไปช้อปต่อ
 
 
 
 
 
 
 
 
อ่าว จะมางงอะไรอ่ะ ก็หมดสิบนาทีไปแล้วนี่ ห่านนี่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
25 พฤษภาคม

แปลเพลงนะอีฉัด: Please don't leave me โดย คุณพิ้งค์ Pink

อย่างที่ดิชั้น ทิ้ง ชื่อดิสเพลย์ไว้ในเอ็มตลอดว่า
 
Please don't leave me เพลงอีพิ้งค์มันลอยอย่ในหูกูตลอดเลยว่ะ
 
ขอออกตัว อย่างกินปูนร้อนท้องเลยว่า ไม่ได้เกี่ยวกะ
 
ชีวิตของดิชั้นแต่เป็นอย่างใด...
 
เอ๊ะ... รึเป็นลางสังหรณ์ เดจาวู ว่าผัวจะทิ้ง
 
เอาเถอะ... จะทำอะไรก็รีบๆทำ ให้เค้าไปตามทางของเค้า
 
ดิชั้นจะได้ไปตาม นักรักบี้ ที่เคยถ่ายปฏิทินโป๊เปลือย ของดิชั้น
 
เอาล่ะ ขอแปลเพลงนะคะ
 
Please don't leave me / ขอร้องอย่าเหวี่ยง!!! 
 
 
 
Da da da da, da da da da
Da da da da-da da
ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า มันเรยค่ะ

I don't know if I can yell any louder
นี่ด่ากันดังกว่านี้ได้อีกป่ะเนี่ย

How many time I've kicked you outta here?
คุณโดนกระโดดถีบหน้าไปกี่ครั้งแล้วคะ

Or said something insulting?
โดนด่าพ่อล่อแม่ไปกี่ทีแล้ว

da da da da-da
ด่าได้อีก นะชั้นด่าได้อีก

I can be so mean when I wanna be
ชั้นอยากจะวีน มันก็เรื่องของชั้น

I am capable of really anything
ชั้นสวยสั่งได้นะ

I can cut you into pieces
ไม่ฟังเดี๋ยวสั่งมือมีด

But my heart is....broken
ปากดีน้า..............แต่กล้ามั๊ยยย
 
(ไม่ไง)

Da da da-da da
ด่าได้อีกนะ ชั้นด่าได้อีก

Please don't leave me
แต่ขอร้องอย่าเหวี่ยงกัน

Please don't leave me
แต่ขอร้องอย่าเหวี่ยงกัน

I always say how I don't need you
ชั้นบอกแล้วใช่มั๊ย จะใช้ดิวโด้

But it's always gonna come right back to this
แต่อันที่จริงอยู่ก่อน

Please, don't leave me
ขอร้องอย่าพึ่งเหวี่ยงกัน (เดี๋ยวดิวโด้เสียใครจะซ่อม)

How did I become so obnoxious?
ชั้นแรว๊งงงงงขนาดนี้ได้อย่างไร

What is it with you that makes me act like this?
เพราะเธอหน้ามึนรึเปล่า

I've never been this nasty
แต่ก่อนก็ไม่แรว๊งงงงเท่าไหร่นะ

Can't you tell that this is all just a contest?
ดูออกป่ะว่ากะลังเป็นเมนส์

The one that wins will be the one that hits the hardest
ก็อย่างที่เข้าใจ ใครด่าเก่งคนนั้นชนะ

But baby I don't mean it
แต่ตะเอง... เค้าว่าตะเองเล่นๆ

I mean it, I promise
ดีกันนะ...นะ นะ นะ

Da da da-da da
ผัวหน้าสัดหมา

Please don't leave me
ขอร้องอย่าพึ่งเหวี่ยงกัน

Da da da-da da
มาให้ด่าให้เสร็จก่อน

Please don't leave me
แอร๊ยยยยย บอกว่าอย่าพึ่งเหวี่ยง

Da da da-da da
อีสัดหมา ขอด่าหน่อย

I always say how I don't need you
ไปหยิบดิวโด้ให้หน่อย แล้วจะไปทำห่านไรก็ไป

But it's always gonna come right back to this
แต่เอ๊ะ...เดี๋ยวอยู่ก่อน

Please, don't leave me
ขอร้องอย่าพึ่งเหวี่ยง (ถ้าดิวโด้ถ่านหมด ใครจะไปเซเว่นให้)

I forgot to say out loud how beautiful you really are to me
เออลืมบอกไป... เธอเนี่ยก็ยังมีความดีอยู่

I can't be without, you're my perfect little punching bag
ถ้าเธอเหวี่ยงชั้น เวลาคันตีน จะไปลงกะใคร

And I need you, I'm sorry.
โทดนะ... อยู่ให้ถีบก่อนเหอะ

Da da da da, da da da da
หน้าสัดหมา ด่าได้อีก

da da da da-da da
ด่าได้อีกนะ ชั้นด่าได้อีก

Please, please don't leave me
ขอร้อง อย่างพึ่งเหวี่ยงกัน

Baby please don't leave me
ตะเองงง อย่าพึ่งเหวี่ยงเค้าน้า

No, don't leave me
ไม่นะ... ขอร้องอย่าเหวี่ยงกัน

Please don't leave me no no no
ขอร้องอย่าเหวี่ยง อย่านะอย่า

You say I don't need you but it's always gonna come right back,
It's gonna come right back to this.
Please, don't leave me.
No.
No, don't leave me
Please don't leave me, oh no no no.
I always say how I don't need you
But it's always gonna come right back to this

Please don't leave me
Please don't leave me
 
ท่อนหลังๆ ขอไม่แปลนะคะ ดิชั้นเข้าใจว่าคุณPink แต่งเพลงนี้
 
ตอนไฮ... นึกภาพออกว่า สงสัยแกด่าผัวเสร็จ ผัวแกสแลมประตู
 
ออกไปสตาร์ทมอไซค์วิบาก แล้วบึ้นน ออกไปหน้าปากซอยเลย
 
แกไปจอดที่วิน แล้วก๊งยาดอง ส่วนอีพิ้งค์นั่งยกซดเสปรย์รอยัล
 
อยู่บ้านแต่งเพลง แกแต่งตอนเมาๆ แกเลยย้ำคิด จิตตก รกแกะ
 
แต่งไปก็วนเวียนอยู่ที่เดิม ทั้งโทษตัวเอง ทั้งโกรธผัว ทั้งไม่อยาก
 
โดนเหวี่ยง (จริงๆกูแปลไม่ดี ไม่เข้าถึง แต่กูโทษอีPink)
 
(สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง อี Pink ดิชั้น ขออนุญาติเพิ่มเติม ว่า
 
เค้าเลิกกะผัวนักแข่งมอไซค์วิบาก แล้วกลับมารีเทิร์นอีกแล้ว)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อั้นฉี่มาสองชม.จนนิ่วจะเป็นเพชรละ ไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ
 
21 พฤษภาคม

เอาน่า นานๆมันเอาถี่

พึ่งอัพบลอกไปหมาดๆ แต่ช่วงนี้ไฮ ขอมาอัพเดทความเคลื่อนไหวอีก

ก่อนที่สมองอันเก็บความจำอะไรแทบไม่ได้เลย จะสูญเสียข้อมูลนี้ไปอีก

เอานี่มาให้ดูค่า... วันนี้วันที่ 21 พค. 09 เวลา 11.00 ณ ที่อังกฤษ

ก็มีจม. ฉบับนี้มาถึงบ้านนนนนน

...

...

...

เปิดมาพบกับ

...

...

...

...

...

...

...

...

...

 

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

ตั๋วของคุณบียองนี่เอง... รอมาตั้งนานนม กัดฟันซื้อ ทั้งๆที่ไม่มีจะแดก

ไม่รู้ไปบ้าจี้ตามใครเค้ามา...

แต่เอาจริงๆ ที่อยากไปดูเพราะว่า ดิชั้นซึ้งแล้ว ว่าตั๋วเค้า ถ้าไม่จองก่อน จ่ายตังค์

ก่อน จะแพงมาก... ขอบอกว่า ตั๋วนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 30 กว่าๆปอนด์นะคะ

ตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1500 บาท... ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ หลังเปิดขายตัว เอ้ย ตั๋ว

ราคาขึ้นมาเป็น 70 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ 3500 บาท ยิ่งใกล้วันยิ่งแพง

ขึ้นเป็นจะสองร้อยปอนด์เลยทีเดียว

คือ ระยะเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ มันจะอะไรขนาดนั้นคะ ... แต่ตั๋วสองใบนี้ได้มาจาก

ร้าน HMV คือเปิดขายแพงกว่าเพื่อน นิดหน่อย แต่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาค่ะ

 

ป้าไมเคิล แจ๊คสัน นี่ยิ่งแล้วใหญ่ เปิดขายอยู่ที่ 99 ปอนด์มั๊งคะ ถ้าจำไม่ผิด ใครรู้

แก้ให้ด้วยนะคะ... แต่ตอนนี้ ค่าตั๋วเป็นพันปอนด์แล้วค่ะ...

 

ถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากนะคะ ถ้ากล้าเสี่ยงลงทุน

 

ว่าแต่ว่า ดิชั้นจะใส่ชุดอะไรไปดีค่ะ...

 

 
แบบนี้แรงไปป่ะคะ
20 พฤษภาคม

วิธีกินข้าวมันไก่ แบบไม่ต้องไปถึงประตูน้ำ

ทำไปทำมาบลอกนี้จะกลายมาเป็นบลอกเรื่องแดกอีกและ
 
วิธีกินข้าวมันไก่แบบไม่ต้องไปประตูน้ำ ทำได้ไม่ยากค่ะ
 
เริ่มต้นคือ ทำแดกเอง...
 
ใช่ค่ะ ทำแดกเอง... หลังจากโดนเพื่อนรุ่นน้อง ถ่ายรูปข้าวมันไก่
 
มายั่วน้ำลายไปทีนึง ต่อมตะกละก็ทนไม่ไหว ผลักดันให้ไปgoogle
 
หาสูตรกันเรยทีเดียว และแล้วดิชั้นก็ไปเจอสูตรของ แม่ปูขาเก ใน
 
Bloggang (น้ำจิ้มออกมาอร่อยมาก ถ้าทำตามสูตรเป๊ะ) ก็ทำออกมา
 
เป้นข้าวมันไก่ ที่ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ ถ้าเต็ม 10 คงให้
 
11 (เอ๊า เสือกไร ก็กูให้คะแนนเอง) วันนี้เลยตั้งใจมาทำใหม่
 
ออกมาหน้าตาเยี่ยงนี้
 
 
 
เหลืองยังกะข้าวหมกไก่เลยทีเดียว สังเกตว่าเราจะไม่ตบไก่ให้แบน แล้วสับ
 
เหมือนที่สิงคโปร์ กลายออกมาเป็นข้าวมันไก่สไตล์สิงคโปร์ ประตูน้ำ
 
ตัวข้าวนี้ ได้สูตรมาจากคุณพี่ Arabian Angel นางพญาหมวกแดง
 
ที่ได้เอื้อเฟื้อ สูตรลัด สำหรับแม่ครัว ที่มีผัวจน ไม่สามารถซื้อหม้อ
 
ต้มซุป ไม่สามารถซื้อไก่เป็นตัว ไม่สามารถหาโป๊ยกั๊ก สมุนไพรจีน
 
มาทำน้ำซุปได้ คุณพี่สอนว่า "คุณน้องก็เอาข้าวไปผัดกะน้ำมันเจียว
 
กระเทียม แล้วใส่น้ำซุปจากคนอร์ไก้ก้อนนี่แหละค่า" ด้วยความที่
 
ดิชั้น ไม่เคยคิดการณ์ไกล ว่า จะมามีวันที่ต้องทำข้าวมันไก่ด้วยตนเอง
 
แถมต้องใช้คนอร์ไก่ก้อนอีกต่างหาก ดิชั้นจึงไม่เคยซื้อคนอร์ไก่ก้อน
 
มาเก็บไว้เลย... เดือดร้อน ต้องไปหาซื้อคนอร์ไก่ก้อนอังกฤษมาใช้แทน
 
ขอบอกว่า คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้จริงๆ
 
คนอร์อังกฤษเหม็นอ่ะ ไม่หอมซุปไก้ เหมือนของบ้านเรา
 
แต่ก็ช่างเถอะ แดกจนอิ่มไปแร้วหลายยก ยังจะมาบ่นทำไมไม่ทราบ
 
เรื่องน้ำจิ้ม ก็มี เต้าเจี๊ยว ขิง พริก กระเทียม ซีอิ๊วดำ น้ำตาล น้ำส้มสายชู
 
คือ เอาสูตรเค้ามาแต่ใส่ไม่ครบหรอก... ตามยถากรรมนะคะ
 
เอามาสับๆคนๆให้เข้ากันก็พอ (ไม่มีเครื่องปั่น ไม่มีครก) สรุปดิชั้นมีอะไร
 
กะเค้ามั่งเนี่ย
 
เมื่อกินเสร็จแล้ว อยากจะขายตัวหลังทานข้าวมันไก่ เหมือนสมัยอยู่ประตูน้ำ
 
คงทำไม่ได้... แนะนำให้เข้าอินเตอร์เนท ไปตั้งชื่อห้องแชทว่าประตูน้ำ
 
แล้วขายในนั้นแทน อาจพอแก้ขัดไปได้บ้าง
 
เข้าใจทุกท่านค่ะว่า บางทีกินข้าวมันไก่เสร็จ แล้วไม่ได้ขายตัวเนี่ย
 
เหมือนกับไม่ได้กินข้าวมันไก่ประตูน้ำเลยจริงๆ
 
อย่างว่า ถ้าไปนิวยอร์ค แล้วไม่ได้ไปดูเทพีเสรีภาพ ก็ถือว่าไปไม่ถึง
 
นิวยอร์ก ถูกไม๊คะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กูเมาข้าวมันไก่ป่ะวะ ไปดีกว่า
 
ปล. ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณพี่อ้อ Kanyapak ด้วยค่ะ
 
แปะรูปข้าวมันไก้แล้ว
24 เมษายน

งานสงกรานต์ ลานวัด...จัดไป...อย่าให้เสีย...

สวัสดีค่ะ... เนื่องจากนึกไม่ออกมานาน ว่าจะอัพบลอก
 
ด้วยเรื่องอะไร เลยเนียนๆปล่อยๆไปก่อน...
 
นึกขึ้นได้ เออ จริงๆ ดิชั้นควรจะนำเรื่องงานสงกรานต์
 
ในต่างแดนมาบอกเล่า คงจะเป้นประโยชน์ไม่น้อย
 
(ตรงไหนวะ)
 
เผื่ท่านใดสนใจ มามีผัวมีลูกอยู่เมืองนอก จะได้รู้เท่าทัน
 
งานสงกรานต์ ที่วัดไทยในต่างแดน (เอาน่า กูรู้มันไร้สาระ)
 
จะได้เตรียมตัวมาถูก (ราวกับคนจะย้ายอยู่เมืองนอก
 
เพื่องานสงกรานต์เลยทีเดียว)
 
ดิชั้น... ต้องขอออกตัวก่อนว่า... ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก่อนหน้านี้เลย
 
ว่าวัดอยู่ไหน อะไรยังไง... ถ้าไม่ได้ข้อมูลมาจาก เวปเลดี้อินเตอร์
 
จริงๆไม่รู้จักมักจี่ใครในเวปหรอก แต่เนียนๆ ไปกะเค้า...
 
โดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจใคร...
 
ได้ยินว่าเค้าจะทำอาหารมากิน... เลยออดอ้อนผัวอุมป้า ให้พาไป
 
เรียกได้ว่า เทพเนียนตลกแดก ของแท้ กันเรยทีเดียว...
 
แต่ดิชั้น ไม่ได้ไปมือเปล่า... เนื่องจากเป็นคนมีมารยาท
 
หม่อมแม่สอนมาดีว่า... เวลาไปกินของฟรีที่ไหน...
 
อย่าลืมเอา จาน ช้อนส้อมไปด้วยนะลูกหญิงวิกขี้...
 
เลยมีไปครบค่า...
 
มาดูรูปกัน
 
อันนี้ดิชั้นกะเพื่อนน๊อบ คบกันมาตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ...
 
อย่ามาทำเป้นเรื่องเล่นๆไป... ดิชั้นก็มีวัยเด็กเหมือนกัน...
 
นี่ผ่านไปสิบปี(โว้วววว ตกเลขซะงั้น)ก็ยังคบกันอยู่
 
 
 
ประกวดนางสงกรานต์รุ่นเล็ก เดี๋ยวแอ๊บบี้โตจะส่งประกวด
 
ดูน้องคนที่สามจากขวามือสิ... ชีเป็นเด็กหัวสูง...
 
 
นี่คือกลุ่มคนที่ดิชั้นไปแอบเนียนด้วย 555
 
 
 
เสียดายไม่มีรูปอาหารมาให้ชม...(จริงๆมี อยู่ในอัลบั้ม Songkran 09 ตามไปดูเอาเอง
 
Rotate ไม่ได้อีก ตะแคงหัวดูด้วย จะได้อรรถรส)
 
งานสงกรานต์ที่อังกฤษ จะว่าไปก็เหมือนงานแต่งงานต่างจังหวัด
 
เข้าใจว่าผู้จัด เป็น Wedding Plannerภูธร มาก่อน เพราะรายการโชว์
 
ดูแล้วคุ้นๆ เหมือนงานแต่งญาติที่ต่างจังหวัด...
 
มันไม่ออกเชิงงานวัด เพราะงานวัดต้องมี ปาเป้า ยิงปืน
 
แต่นี่แค่ออกร้านขายอาหาร... กะคนมาร้องเพลง...
 
ฟังแล้วอยากจะหลับ... แต่หลับลงก็เกรียนเกินเหตุ เพราะแดดร้อนมากค่า...
 
เค้าไม่สาดน้ำ... แล้วจะเรียกสงกรานต์ดีมั๊ย...แต่มีสรงน้ำพระ...
 
อาหารมีขายมากมาย... แต่แพงค่า...
 
ก๋วยเตียวขนาดทดลอง ราคา 4 ปอนด์
 
สะเต๊ะไก่สองไม้ราคา 4 ปอนด์
 
ดิชั้นจะซื้อกิน ก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพึ่งเขียนบลอกรณรงค์
 
ให้คนประหยัดเงินไปหมาดๆ... จึงไปเนียนแดกดีกว่า... 
 
 
เห็นอาหารไม๊คะ... จริงๆมีมากกว่าสิบอย่าง... แต่ละอย่างนี่
 
ระดับภัตตาคาร มาเรยทีเดียว... ไม่เสียเที่ยวขับรถมาสองชม.
 
และแล้วก็ ด้วยความเอื้อเฟื้อจากพ่อสามี... ให้รถมายืม...แถมน้ำมัน...
 
นับได้ว่าดิชั้นยังครองตำแหน่ง มิสอีโคโนมี่ ได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยทีเดียว
 
ยกเว้นตอนไปจอดพักที่ปั๊ม... เสียทีชาวอังกฤษ ซื้อชามาแดก
 
โดนไปสามปอนด์.... อีผัวอุมป้าฯหน้าโง่ อยากจะเอาชาร้อนๆราดหัว
 
ดิชั้นจึงเข้าไปห้องน้ำ เอาชามาละลายกะน้ำก๊อก กินได้ตลอดทาง
 
ทั้งขาไปและกลับ...
 
....
 
สวยจริงๆ...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปวดขี้...ไปขี้ก่อนนะคะ... บายๆๆๆ
 
(เป็นอีกข้อแก้ตัวเนียนๆ ที่ใช้ในโทรศัพท์ประจำ
 
เนื่องจากดิชั้นไม่รู้จะเขียนตอนจบอย่างไรดี)
03 เมษายน

อัพบลอกเนื่องด้วย โดนเคาะครบ 50000 ที

สวัสดีค่ะ...
 
หลังจากมีบลอกมาเกือบๆสามปี
 
ก็มามีวันนี้จนได้... วันที่บลอกนี้ได้ผ่านตาผู้อ่านไปกว่า
 
ครึ่งแสน...
 
ในขณะที่บลอกอื่นๆโดนเคาะ โดนกดปาไปหลายแสน
 
ภายในเวลาไม่ถึงปี
 
ดิชั้นขอถือคติ ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
 
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
 
หัวเราะทีหลังดังกว่า
 
รักน้อยๆ แต่รักนานๆ
 
 
 
รักพี่ เสียดายน้อง
 
มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
 
อย่าให้ขาด แม้แต่หนึ่งสลึง
 
ครบห้าบาทเอาไปฟาด ฮอลล์เม็ดนึง
 
เสดกิด*ตึง อย่าไปพึ่ง ค่าเงินตรา
 
(*เศรษฐกิจ)
 
คนอ่านถือว่าไม่น้อยไม่มาก
 
ปีแรกๆ ไม่มีใครอ่าน
 
ปีสองมีเพื่อนสาวโน๊ต กะหรี่อีแม่ หาตัวจับได้ยาก
 
เป็นคนสนับสนุน ช่วยโปรโมท จึงกระตุ้นสถิติได้บ้าง
 
ต่อมา เล่นสกปรก ใช้วิธีพิมพ์คำหยาบคาย
 
จึงติดกูเกิ้ล เป็นที่นิยมเรื่อยมา
 
คนอ่านมักจะเป็นคนโรคจิต
 
 
 
 
 
 
มาวันนี้ ดิชั้นขอคืนกำไรให้กะผู้อ่าน...
 
เป็นการตอบแทนบุญคุณ ที่เข้ามาเสือกจนบลอกนี้
 
ได้ดิบได้ดี (กูเม้าท์เอาเอง) มีคนมาเคาะครบ 50,000 ที
 
ขอตอบแทนโดยการ เลิกใช้คำหยาบสุดๆ เช่น
 
หีม...ไม่มีมอม้า ควาย...ไม่มีสระอา
แตรด...ไม่มีรอเรือ และเย... มีดอเด็ก และมีไม้ไต่คู้
 
นะคะ...หยาบกว่านี้ นึกไม่ออกแล้ว
 
สาเหตุมาจาก...
 
ดิชั้นเช็คสถิติทุกวัน ก็พบว่ามีคนเข้ามาเสิร์ชคำลามก
 
ในกูเกิ้ลทุกวัน ... จนล่าสุด น่าหดหู่ยิ่งนัก ที่มีพวก
 
พวกโรคจิตหื่นเด็ก หรือศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า Pheadophile
 
มาเสิร์ชหาอะไรที่ดิชั้นเองยังคิดไม่ถึง
 
แต่คงผิดหวังไปตามๆกัน ที่ต้องมาเจอบลอกเหี้ยๆแบบนี้
 
แต่พวกมันยังไม่ลดละค่ะ
 
ยังพยายามอย่างไม่ถ้อทอยต่อไป 
 
ดิชั้นขอสาปแช่ง... พวกคุณทั้งหลายที่ยังมัวมักมากหมกหมุ่นในกาม
 
ไม่รู้จักแยกแยะ แล้วยังกล้าปลอมแปลง แฝงตัวอยู่ใน
 
กลุ่มมนุษย์ปุถุชน...ด้วยใจทรามๆ... ไม่มีความรู้สึก
 
ผิดชอบชั่วดี... ไม่สั่งสอนให้สมองแยกแยะอะไรถูกผิด
 
ควรไม่ควร...
 
เมื่อเวลาชดใช้หนี้กรรมของคุณมาถึง
 
ขอให้พวกคุณตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
 
ขอให้อวัยวะเพศถูกจิกด้วยอีกาปากเหล็ก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เรื่องเหล่านี้เป็นความไม่ชอบส่วนตัว
 
ขออย่าได้ถือเป็นเรื่องบาดหมางกันนะคะ
 
คนเหล่านี้คงไม่ได้หยุดอ่าน แต่ช่างเถอะ
 
ดิชั้นแช่งชักหักกระดูกไปเรียบร้อยแล้ว
 
มารสังคม ขยะมนุษย์ แหวะ เกลียดอ่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทำไมดิชั้นจะไม่ดีใจที่บลอกโดนเคาะครบห้าหมื่น
 
แต่อดเคียดแค้น ชิงชังพวกเศษมนุษย์ไม่ได้จริงๆค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไปก่อนนะคะ ไปนั่งสงบสติอารมณ์ วีนลูกผัวก่อน
 
ปล. กลอนที่แต่งข้างบนคือกลอนสดค่ะ